วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

HANA บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน)

รายงานการวิเคราะห์เชิงลึก: บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) กับการปรับตัวเชิงกลยุทธ์และการเข้าสู่ระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ


โครงสร้างองค์กร คณะผู้บริหาร และการจำแนกประเภทธุรกิจเพื่อป้องกันความสับสนในอุตสาหกรรม


บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น HANA ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้รับการก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521 ภายใต้ชื่อเดิมคือ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด และได้ดำเนินการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฮานามีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 65/98 ซอยวิภาวดี-รังสิต 64 แยก 2 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 มีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 885,366,746 บาท และมีทุนชำระแล้ว 885,366,660 บาท ที่ราคาพาร์ 1.00 บาทต่อหุ้น

โครงสร้างการบริหารงานและการตัดสินใจเชิงนโยบายถูกขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงที่มีอายุการทำงานเฉลี่ยในองค์กรยาวนานถึง 17.8 ปี สะท้อนถึงเสถียรภาพในการกำกับดูแลกิจการ


ตารางรายนามคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัทฮานา

รายนามผู้บริหาร / กรรมการตำแหน่งหน้าที่หลักภายในองค์กรบทบาทและความรับผิดชอบเชิงยุทธศาสตร์
นายริชาร์ด เดวิด ฮาน (Mr. Richard David Han)

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่

กำหนดทิศทางธุรกิจรวม และควบคุมการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท

นายเทอร์เรนซ์ ฟิลิป แวร์ (Mr. Terrence Philip Weir)

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน

บริหารจัดการระบบการเงิน บัญชี และงบประมาณลงทุนของกลุ่มบริษัท

นายซันเจย์ นิเรนดรา มิตรา (Mr. Sanjay Nirendra Mitra)

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการเซมิคอนดักเตอร์ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด

ควบคุมกระบวนการผลิตฝั่งเซมิคอนดักเตอร์ และขยายตลาดระดับสากล

นายอินซก คิม (Mr. Insuk Kim)

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี

กำกับดูแลการผลิตไมโครอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง

นายวิชัย สุขประเสริฐกุล (Mr. Wichai Sukprasertkul)

รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ประจำโรงงานลำพูนและกัมพูชา

บริหารจัดการการดำเนินงานและสายการผลิตประจำโรงงานภูมิภาค

นายจอห์น ทอมป์สัน (Mr. John Thompson)

ประธานกรรมการบริษัท และประธานกรรมการตรวจสอบ

กำกับดูแลความโปร่งใส ตรวจสอบรายงานทางการเงิน และการบริหารความเสี่ยง

ในการวิเคราะห์ภาคอุตสาหกรรม มักเกิดความสับสนระหว่างนิติบุคคลที่มีชื่อคล้ายคลึงกันในตลาดหลักทรัพย์และระบบห่วงโซ่อุปทานโลก รายงานฉบับนี้จึงทำการแยกแยะความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มบริษัทฮานา (HANA) ของประเทศไทย กับ บริษัท ฮานา ไมครอน (Hana Micron) ของประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงกลุ่มสถาบันการเงินที่ใช้ชื่อร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ


ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง HANA (ประเทศไทย) และ Hana Micron (เกาหลีใต้)

พารามิเตอร์เปรียบเทียบบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน)บริษัท ฮานา ไมครอน จำกัด (Hana Micron)
สัญชาติและตลาดหลักทรัพย์

ไทย (The Stock Exchange of Thailand: HANA)

เกาหลีใต้ (KOSDAQ: 067310)

ปีที่ก่อตั้งและผู้ก่อตั้ง

พ.ศ. 2521

พ.ศ. 2544 โดย ชเว ชาง-โฮ (Choi Chang-ho) อดีตผู้บริหาร Samsung

ฐานการผลิตหลัก

ไทย (ลำพูน, อยุธยา), จีน (เจียซิง), สหรัฐฯ (โอไฮโอ), กัมพูชา

เกาหลีใต้ (อาซาน), เวียดนาม (ขยายงานมูลค่า 1.2 ล้านล้านวอน), บราซิล

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA), RFID, ไมโครดิสเพลย์ (LCOS), เซมิคอนดักเตอร์กำลังสูง (SiC)

การบรรจุภัณฑ์และทดสอบหน่วยความจำ (Memory Packaging), เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ 2.5D/3D และ HBM

โครงสร้างการถือหุ้นหลัก

กลุ่ม OMAC และบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ถือหุ้นประมาณร้อยละ 29

ตระกูล ชเว ถือหุ้นร้อยละ 21.4, กองทุนบำนาญแห่งชาติเกาหลีใต้ (NPS) ถือร้อยละ 4-6

นอกจากนี้ ตลาดทุนมักสับสนกับ "ฮานา ไฟแนนเชียล กรุ๊ป" (Hana Financial Group - KRX: 086790) และ "ธนาคารเคอีบี ฮานา อินโดนีเซีย" (PT Bank KEB Hana Indonesia) ซึ่งเป็นกลุ่มสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ของเกาหลีใต้และอินโดนีเซีย โดยนิติบุคคลเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับกลุ่มธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ของฮานา


ขีดความสามารถเชิงลึกของฐานการผลิตแต่ละแห่ง


กลุ่มบริษัทฮานาดำเนินงานผ่านโรงงานผลิตที่สำคัญ 6 แห่งทั่วโลก โดยมีพื้นที่การผลิตรวมกันมากกว่า 1.1 ล้านตารางฟุต และพนักงานรวมกว่า 10,000 คน โครงสร้างของโรงงานแต่ละแห่งได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง


ฐานการผลิตในประเทศไทย


ศูนย์การผลิตลำพูน ตั้งอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย แบ่งออกเป็น 2 โรงงาน มีพื้นที่หน้างานรวมกันกว่า 67,000 ตารางเมตร โรงงานแห่งแรกเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เพื่อรองรับงานผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ความแม่นยำสูง (PCBA) และการประกอบชิปบนแผ่นวงจร (Chip-On-Board: COB) ส่วนโรงงานแห่งที่สองเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2558 เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดวางสายการผลิตและการบรรจุภัณฑ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ระดับจิ๋ว (IC Micro-packaging) โรงงานลำพูนรองรับนวัตกรรมการประกอบแบบละเอียด เช่น สายทองคำและอะลูมิเนียมความแม่นยำสูงได้ถึง 5,000 เส้น และมีความสามารถในการวางชิ้นส่วนประเภท 01005 รวมถึงการเชื่อมต่อแบบ Flip-Chip โรงงานแห่งนี้ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับสากล เช่น ISO9001, IATF16949, ISO14001, ISO13485 (สำหรับอุปกรณ์การแพทย์) และ ISO 45001

ศูนย์การผลิตของ บริษัท ฮานา เซมิคอนดักเตอร์ (อยุธยา) จำกัด ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นฐานปฏิบัติการที่มุ่งเน้นกระบวนการประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ภายนอก (OSAT) โรงงานแห่งนี้เชี่ยวชาญในการบรรจุภัณฑ์ชิปที่มีจำนวนพินต่ำถึงปานกลาง การประกอบอุปกรณ์ MEMS เซนเซอร์ประเภทต่าง ๆ ตัวแปลงสัญญาณแสง (Optocouplers) และระบบในหนึ่งบรรจุภัณฑ์ (System in Package: SiP) โดยใช้กระบวนการประกอบขั้นสูง เช่น การเชื่อมสายทองแดง (Copper Wire Bonding) การผลิตโมดูลหลายชิป (Multi-Die/Stacked Die) และการหล่อเรซินแบบใส (Clear Molding)


ฐานการผลิตต่างประเทศ


โรงงานของ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (เจียซิง) จำกัด มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน มุ่งเน้นไปที่การประกอบแผ่นวงจรรวม (IC Assembly & Test) แผงวงจรติดตั้งบนผิวหน้า (SMT) และการบรรจุภัณฑ์ไดโอดเปล่งแสง (LED Packaging) ปัจจุบันโรงงานเจียซิงได้รับการปรับโครงสร้างให้เป็นศูนย์กลางผลิตโมดูลสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบเซนเซอร์ความแม่นยำสูง ซึ่งส่งผลให้ยอดรับรู้รายได้ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในตลาดจีน

โรงงานของ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (กัมพูชา) จำกัด ตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ทำหน้าที่เป็นโรงงานผลิตที่เน้นการใช้แรงงานเข้มข้นสำหรับการประกอบแผงวงจรไฟฟ้าพื้นฐาน อุปกรณ์เข้าถึงข้อมูลเชิงกายภาพ (Access Control) และอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดเล็กภายในบ้าน ช่วยรักษาขีดความสามารถการแข่งขันด้านต้นทุนการผลิตโดยรวมของกลุ่มบริษัท

โรงงานของ บริษัท ฮานา เทคโนโลยีส์ จำกัด (Hana Technologies, Inc.) ตั้งอยู่ที่เมืองโซลอน รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา และผลิตอุปกรณ์สื่อสารไร้สายระยะสั้น (RFID) เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ากับระบบอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (IoT) รวมถึงการผลิตไมโครดิสเพลย์ประเภท Liquid Crystal on Silicon (LCOS)

โรงงานของ บริษัท พาวเวอร์ มาสเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ จำกัด (Power Master Semiconductor: PMS) ตั้งอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ ทำหน้าที่หลักในการวิจัย พัฒนา และผลิตเวเฟอร์ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กำลังสูง (Power Discrete Devices) ทั้งในรูปแบบซิลิคอนดั้งเดิมและเวเฟอร์ซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC)


โครงการร่วมทุน FT1 และบทบาททางยุทธศาสตร์ในระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์


ในการขยายธุรกิจไปสู่ส่วนแบ่งตลาดที่มีมูลค่าเพิ่มสูง กลุ่มบริษัทฮานาได้ริเริ่มโครงการเชิงกลยุทธ์สำคัญสองโครงการ ซึ่งประกอบด้วยโครงการร่วมทุนด้านโรงงานเวเฟอร์และการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานการจัดการความร้อนในศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์


โครงการร่วมทุน FT1 และโรงงานเวเฟอร์ซิลิคอนคาร์ไบด์ต้นน้ำ


กลุ่มบริษัทฮานาได้ร่วมมือกับกลุ่ม ปตท. จัดตั้ง บริษัท เอฟทีวัน คอร์ปอเรชัน จำกัด (FT1 Corporation Co., Ltd.) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโรงงานผลิตเวเฟอร์ซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) ต้นน้ำแห่งแรกในประเทศไทย การร่วมทุนครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างความเชี่ยวชาญด้านระบบการผลิตไมโครอิเล็กทรอนิกส์ของฮานา และเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวของกลุ่ม ปตท.

โครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนและสิทธิประโยชน์ขั้นสูงสุดจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 และได้รับการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 มูลค่าการลงทุนเริ่มแรกในระยะที่หนึ่งอยู่ที่ 11,500 ล้านบาท (หรือประมาณ 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ จังหวัดลำพูน ซึ่งปัจจุบันการดำเนินงานอยู่ในกระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมและการปรับพื้นที่ก่อสร้างอาคารคลีนรูม โดยมีแผนติดตั้งเครื่องจักรและทดสอบระบบการผลิตเพื่อเริ่มเดินสายการผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2570

โรงงาน FT1 จะทำการผลิตแผ่นเวเฟอร์ SiC ทั้งในขนาด 6 นิ้ว และ 8 นิ้ว โดยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตจากผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับแนวหน้าของประเทศเกาหลีใต้ ในกระบวนการนี้ พาวเวอร์ มาสเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ (PMS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของฮานาในเกาหลีใต้ ทำหน้าที่ส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาถ่ายทอดเทคโนโลยีและการจัดวางสายการผลิต เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างการผลิตเวเฟอร์ของ FT1 และการประกอบทดสอบขั้นปลาย (OSAT) ที่โรงงานลำพูนและอยุธยา การดำเนินงานนี้จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยให้ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์กำลังสูงสำหรับระบบควบคุมไฟฟ้าในยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ และระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ


ความร่วมมือกับ Phononic ในการผลิตอุปกรณ์ระบายความร้อนทางเลือกสำหรับระบบ AI


การเติบโตอย่างรวดเร็วของระบบประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ได้สร้างอุปสงค์ต่อระบบจัดการพลังงานความร้อนในศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ กลุ่มบริษัทฮานาจึงได้เข้าเป็นพันธมิตรการผลิตร่วมกับบริษัท โฟโนนิก (Phononic) เพื่อทำหน้าที่ผลิตอุปกรณ์ทำความเย็นแบบสถานะของแข็งด้วยระบบเทอร์โมอิเล็กทริก (Thermoelectric Cooling: TEC) โดยอุปกรณ์ TEC เหล่านี้จะถูกนำไปติดตั้งเพื่อควบคุมอุณหภูมิของอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงความเร็วสูงและหน่วยประมวลผลกราฟิกในโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลระดับโลก

ประเทศไทยได้รับการกำหนดให้เป็นศูนย์กลางหลักในการประกอบและกระจายสินค้าชิ้นส่วนดังกล่าว ปัจจุบันกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติทางวิศวกรรมของผลิตภัณฑ์ (Qualification Process) กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายและคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในช่วงกลางปี พ.ศ. 2569 โดยฮานามีแผนที่จะติดตั้งสายการผลิตอัตโนมัติความเร็วสูงที่โรงงานลำพูนเพื่อเริ่มกระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาสที่สามของปี พ.ศ. 2569 ยอดสั่งซื้อจากคู่สัญญามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า ส่งผลให้ฮานาเตรียมขยายพื้นที่การผลิตเพิ่มเติม และฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าโครงการความร่วมมือกับโฟโนนิกนี้จะสร้างรายได้ที่สำคัญและขึ้นมาติดกลุ่ม 1 ใน 5 ถึง 1 ใน 7 ของโครงการลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัท


การฟื้นฟูโครงสร้างธุรกิจของ Power Master Semiconductor (PMS) เกาหลีใต้


การดำเนินงานของ PMS ในเกาหลีใต้ประสบภาวะขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี พ.ศ. 2567 เนื่องจากอุปสงค์ในอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และรถยนต์ไฟฟ้าชะลอตัวลง ประกอบกับการทุ่มตลาดเซมิคอนดักเตอร์ซิลิคอนจากประเทศจีน ส่งผลให้ฮานาตัดสินใจตั้งสำรองการด้อยค่าของสินทรัพย์ในส่วนของธุรกิจซิลิคอนที่ PMS มูลค่า 1,840 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2568

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ฮานาได้ดำเนินการปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์โดยการโอนย้ายสายการผลิตเวเฟอร์ซิลิคอน (Si) แบบดั้งเดิมทั้งหมดของ PMS จากประเทศเกาหลีใต้ไปจัดตั้งที่ประเทศจีนแทนภายในไตรมาสสามของปี พ.ศ. 2568 เพื่อเข้าใกล้แหล่งวัตถุดิบและลดต้นทุนแรงงาน สำหรับโครงสร้างพื้นที่คลีนรูมเดิมในประเทศเกาหลีใต้ จะได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นฐานเทคโนโลยีสำหรับนวัตกรรมระดับสูงในกลุ่มซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) ปัจจุบัน PMS ประสบความสำเร็จในการลงนามในสัญญาจ้างผลิต (Foundry Contract) อุปกรณ์ซิลิคอนแบบผ่านกระบวนการใหม่ในเกาหลีใต้ ซึ่งจะเริ่มเดินหน้ากำลังการผลิตในกลางปี พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวอุปกรณ์ SiC เจนเนอเรชันที่สาม ซึ่งมีคุณสมบัติลดขนาดของชิปลงร้อยละ 20 ภายใต้ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานเท่าเดิม และกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการทดสอบคุณสมบัติชิปสำหรับหม้อแปลงไฟฟ้าโซลิดสเตต (SST) ซึ่งจะสร้างโครงสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอตั้งแต่ปี พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป


การวิเคราะห์งบการเงินและโครงสร้างผลการดำเนินงานทางการเงิน

สภาวะตลาดโลกที่ผันผวนและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มบริษัทรับจ้างผลิตและประกอบอิเล็กทรอนิกส์ โดยผลการดำเนินงานทางการเงินของฮานาในช่วงปี พ.ศ. 2566 ถึง พ.ศ. 2569 สะท้อนถึงการปรับตัวตามสภาวะอุตสาหกรรม

ตารางเปรียบเทียบข้อมูลทางการเงินและสถิติสำคัญรายไตรมาสและรายปี (พ.ศ. 2566 - พ.ศ. 2569)

รายการทางบัญชีที่สำคัญปี พ.ศ. 2566ปี พ.ศ. 2567ปี พ.ศ. 2568ไตรมาส 1/2568ไตรมาส 1/2569
รายได้จากการดำเนินงาน (ล้านบาท)26,152.1224,801.3420,563.415,252.084,932.25
ต้นทุนขายและบริการ (ล้านบาท)23,172.0922,607.0518,960.454,721.744,533.72
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (ล้านบาท)1,760.57-633.67670.40478.11103.49
อัตราส่วนกำไรขั้นต้นก่อนค่าเสื่อม (%)17.90%16.01%15.22%17.54%15.01%
อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (%)11.67%9.19%7.58%9.53%5.01%
อัตราส่วนกำไรสุทธิ (%)6.62%-2.49%3.16%8.55%2.06%
กำไรพิเศษ/ขาดทุนจากกิจกรรมอื่น (ล้านบาท)598.37-999.23730.55400.50231.63
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (ล้านบาท)3,250.294,877.493,821.56569.43-220.93
ระยะเวลาการเก็บหนี้ถัวเฉลี่ย (วัน)72.2765.9479.2084.6092.56

จากข้อมูลสรุปในงบการเงิน รายได้ของกลุ่มบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญร้อยละ 17.09 ในปี พ.ศ. 2568 มาอยู่ที่ 20,563.41 ล้านบาท เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและผลกระทบของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทพลิกกลับมาแสดงผลกำไรเป็นบวกที่ 670.40 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 633.67 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นอันเป็นผลมาจากการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและการปรับปรุงต้นทุนขายและบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในไตรมาสที่ 1 พ.ศ. 2569 กลุ่มบริษัทยังคงเผชิญความท้าทายจากอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ปรับลดลงเหลือร้อยละ 5.01 และอัตราส่วนกำไรสุทธิลดลงเหลือร้อยละ 2.06 โดยมีกำไรสุทธิในไตรมาสแรกของปีอยู่ที่ 103.49 ล้านบาท สัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวังคือระยะเวลาการเก็บหนี้ถัวเฉลี่ย (Collection Period) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 92.56 วัน จากค่าเฉลี่ย 79.20 วันในปี พ.ศ. 2568 และกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานที่ปรับตัวติดลบเป็นครั้งแรกที่ -220.93 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 บ่งชี้ว่าคู่ค้าในกลุ่มยานยนต์และการสื่อสารบางส่วนมีแนวโน้มการชำระเงินที่ล่าช้าลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสัดส่วนสภาพคล่องหมุนเวียนระยะสั้นของบริษัท

สำหรับการเปรียบเทียบขีดความสามารถและขนาดการดำเนินงานทางการเงินร่วมกับผู้ประกอบการและคู่แข่งที่ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตอิเล็กทรอนิกส์ระดับสากลและในประเทศไทย ข้อมูลที่รวบรวมได้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างด้านโครงสร้างรายได้และขนาดของกลุ่มทุน


ตารางวิเคราะห์เปรียบเทียบกลุ่มคู่แข่งและโครงสร้างสถิติทางการเงิน

ตัวชี้วัดเชิงเปรียบเทียบ (ปี พ.ศ. 2568)บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน)บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย)บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน)
สัญชาติและรูปแบบธุรกิจหลัก

ไทย (ผลิตชิป, PCBA, RFID และเซมิคอนดักเตอร์)

ไต้หวัน/ไทย (บริการรับจ้างประกอบแบบ OEM และ ODM ขนาดใหญ่)

ไทย (รับประกอบ PCBA และการผลิตแบบ Box Build ทั่วไป)

รายได้จากการดำเนินงานรวม

20.6 พันล้านบาท

138.6 พันล้านบาท

2.8 พันล้านบาท

ต้นทุนสินค้าและบริการ

13.7 พันล้านบาท

118.7 พันล้านบาท

2.1 พันล้านบาท

กำไรขั้นต้นรวม

7.6 พันล้านบาท

20.2 พันล้านบาท

704.9 ล้านบาท

กำไรสุทธิประจำปี

670.4 ล้านบาท

2.0 พันล้านบาท

194.6 ล้านบาท

แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (CCET) มีขนาดการดำเนินงานและโครงสร้างรายได้ที่ใหญ่กว่าฮานาเกือบเจ็ดเท่าตัวเนื่องจากเน้นการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์เครือข่าย และสินค้าเทคโนโลยีขั้นปลายจำนวนมาก (High Volume/Low Margin) ในขณะที่ฮานาเน้นกลุ่มตลาดเซมิคอนดักเตอร์และการประกอบแผงวงจรควบคุมที่มีความเฉพาะทางสูงกว่า แม้รายได้จะน้อยกว่าแต่มีสัดส่วนกำไรขั้นต้นต่อรายได้ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับปริมาณการผลิต


การวิเคราะห์การสรรหาบุคลากรเชิงรุกและช่องทางการติดต่อ

เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีและการจัดการกระบวนการผลิตต้นน้ำ (Front-End) และปลายน้ำ (Back-End) กลุ่มบริษัทฮานาได้ดำเนินการประกาศรับสมัครพนักงานและวิศวกรเฉพาะทางจำนวนมากในแต่ละศูนย์การผลิตในประเทศไทย

ตารางลักษณะงานวิศวกรรมและติตต่อประสานงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล

ฐานปฏิบัติการหลักสายงานวิศวกรรมเฉพาะทางที่เปิดรับคุณสมบัติทางวิชาชีพและประสบการณ์ที่ระบุรายละเอียดการติดต่อประสานงาน
สำนักงานใหญ่และศูนย์การผลิตกรุงเทพฯ

- โปรแกรมเมอร์และนักพัฒนา SAP BTP (HANA Integration)


- นักวิเคราะห์ระบบและนักวิเคราะห์ธุรกิจอาวุโส

- ปริญญาตรีคอมพิวเตอร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง


- ประสบการณ์ 0-5 ปี ด้าน Data Engineer และทักษะ SQL ขั้นสูง

แผนกทรัพยากรบุคคล


65/98 ซอยวิภาวดี-รังสิต 64 แยก 2 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210


โทร: 02-551-1297 ต่อ 156


อีเมล: recruit@hanabk.th.com

โรงงานเซมิคอนดักเตอร์อยุธยา

- วิศวกรโครงการอาวุถโส (Sr. NPI Engineer)


- วิศวกรกระบวนการผลิตหน้าด่าน (Front Of Line Process Engineer)


- เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อและประสานงานสิทธิประโยชน์ BOI

- ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องกล


- ประสบการณ์ประกอบเซมิคอนดักเตอร์แบบใบมีดและเลเซอร์ (Laser/Blade Saw)


- มีความรู้ในกฎระเบียบและการขอสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI

แผนกทรัพยากรบุคคล


100 หมู่ 1 นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค (บ้านหว้า) ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13160


โทร: (035) 350803 ต่อ 824


อีเมล: recruiter@ayt.hanabk.th.com หรือ praphapn@ayt.hanabk.th.com

โรงงานไมโครอิเล็กทรอนิกส์ลำพูน

- วิศวกรการรับประกันและตรวจสอบระบบคุณภาพ (Quality Engineer)


- วิศวกรตรวจสอบภายในด้านมาตรฐานสากล (Internal Audit Engineer)


- วิศวกรทดสอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า (Test Engineer)

- ปริญญาตรีวิศวกรรมไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขาเคมีวิเคราะห์


- ประสบการณ์ตรวจสอบระบบคุณภาพ 1-3 ปี


- มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจมาตรฐานระบบคุณภาพ ISO9001, IATF16949 และ ISO13485

แผนกทรัพยากรบุคคล


101/2 หมู่ 4 นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000


โทร: (053) 581565 ต่อ 404


อีเมล: krongtw@lpn.hanabk.th.com หรือ rc_hana@lpn.hanabk.th.com

โรงงานต่างประเทศเจียซิง (สาธารณรัฐประชาชนจีน)

- เจ้าหน้าที่และวิศวกรฝ่ายผลิตระดับต้นถึงอาวุโส ประจำศูนย์การประกอบ

- ปริญญาตรีสาขาวิชาชีพที่ตรงต่อตำแหน่ง


- สื่อสารภาษาจีนและภาษาอังกฤษได้ดี

แผนกทรัพยากรบุคคล


No.18, HANA Road, Xiu Zhou District, Jia Xing City, Zhe Jiang Province, 314000


โทร: 86-573-83528000


อีเมล: recruit@hanajx.com

โรงงานต่างประเทศรัฐโอไฮโอ (สหรัฐอเมริกา)

- วิศวกรประจำสายงานประกอบอุปกรณ์ RFID และไมโครเซนเซอร์

- มีความเชี่ยวชาญด้านคลื่นความถี่วิทยุและนวัตกรรมการผลิตสากล

แผนกทรัพยากรบุคคล


29000 Aurora Rd., Solon, Ohio, 44139, United States


โทร: +1 330 405 4634


อีเมล: jobs@hana.family

สายงานและคุณลักษณะผู้สมัครงานที่กำหนดไว้อย่างเป็นระเบียบนี้ แสดงให้เห็นว่าฮานากำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่กระบวนการควบคุมที่มีคุณภาพ มีการใช้ระบบสารสนเทศในการจัดการภายใน และพยายามเพิ่มพูนทักษะของทีมงานเพื่อรองรับการประกอบอุปกรณ์อัจฉริยะในโครงการใหม่ ๆ ในขณะที่ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประสานงานสิทธิประโยชน์ BOI มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการติดต่อขอรับสิทธิพิเศษการลดหย่อนภาษีสำหรับการลงทุนโรงงานร่วมทุน FT1 และอุปกรณ์ระบายความร้อนเทอร์โมอิเล็กทริกร่วมกับโฟโนนิก


บทสรุปเชิงวิเคราะห์และทิศทางอนาคต

กลุ่มบริษัทฮานาได้ผ่านช่วงต่ำสุดของวัฏจักรการดำเนินงานอิเล็กทรอนิกส์ในปี พ.ศ. 2567 และกำลังเข้าสู่ช่วงของการฟื้นตัวเชิงโครงสร้างผ่านความหลากหลายของสายผลิตภัณฑ์และการปรับฐานเทคโนโลยีไปสู่กลุ่มงานต้นน้ำ แม้ว่าระยะสั้นในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 จะยังคงได้รับผลกระทบจากระยะเวลาการเก็บหนี้ถัวเฉลี่ยที่ยาวนานและสภาวะกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ลดลงจากการชะลอตัวของตลาดยานยนต์และปัญหาต้นทุนวัตถุดิบ แต่ปัจจัยหนุนเชิงบวกจากการย้ายกำลังการผลิตของ PMS ในเกาหลีใต้ และขีดความสามารถที่จะเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นจากกลุ่มเทคโนโลยีซิลิคอนคาร์ไบด์จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระยะยาว

การร่วมทุนในนามของเอฟทีวัน คอร์ปอเรชัน (FT1) ในจังหวัดลำพูนเป็นโครงการสำคัญที่ช่วยให้ฮานาและประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นฐานผลิตแผ่นเวเฟอร์กำลังสูงระดับภูมิภาค ควบคู่ไปกับความร่วมมือกับโฟโนนิกในการผลิตอุปกรณ์ระบายความร้อน TEC สำหรับระบบระบายอุณหภูมิในศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายประมวลผลความเร็วสูง ซึ่งคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ที่สำคัญตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป กลุ่มบริษัทฮานายังคงยึดมั่นในนโยบายการกระจายความเสี่ยงของฐานการดำเนินงาน การรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุนผ่านข้อตกลงของ BOI รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือกับความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลกและการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอุตสาหกรรมในยุคปัญญาประดิษฐ์อย่างมั่นคง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น