วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

BBL ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

 

รายงานการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์: ทิศทางการดำเนินงาน ความมั่นคงทางการเงิน และการปรับตัวของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล


1. ปฐมบทประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านของตระกูลโสภณพนิช และการวางรากฐานสู่ธนาคารแห่งภูมิภาค


ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมืองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2487 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 4 ล้านบาท. สำนักงานแห่งแรกเริ่มดำเนินงานในตึกแถวขนาด 2 ชั้น 2 คูหา บนถนนราชวงศ์ ภายใต้การนำของพลเอกเจ้าพระยารามราคพ ประธานกรรมการคนแรก และหลวงรอบรู้กิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่คนแรก พร้อมด้วยพนักงานเพียง 23 คน.

ในช่วงแรกของการประกอบกิจการ ธนาคารเผชิญปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากความไม่โปร่งใสในการบริหารงานของกลุ่มผู้บริหารยุคแรก. จุดเปลี่ยนสำคัญที่กำหนดทิศทางอนาคตของธนาคารเกิดขึ้นเมื่อ นายชิน โสภณพนิช ซึ่งเดิมดำรงสถานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้รับมอบหมายให้เข้ามาแก้ไขวิกฤตการณ์ดังกล่าว. นายชิน มีภูมิหลังเป็นบุตรของชาวจีนแต้จิ๋วอพยพ เกิดบริเวณวัดไทร อำเภอบางขุนเทียน จังหวัดธนบุรี ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. ในวัยเยาว์เขาได้รับการศึกษาและช่วยบิดาทำนาที่ประเทศจีน ก่อนจะเดินทางกลับสู่ประเทศไทยในวัย 17 ปีเพื่อเริ่มต้นทำงานเป็นเด็กเรือโยงคอยถ่อเรือและขนถ่ายสินค้าเกษตร. จากการสะสมทุนและความมุ่งมั่นพยายาม นายชินได้ก่อตั้งธุรกิจของตนเองและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของธนาคารกรุงเทพในฐานะผู้จัดการธนาคารที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดถึง 25 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2495 ถึง พ.ศ. 2520. การแก้ไขปัญหาในยุคนั้นทำให้ธนาคารเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับอำนาจทางการเมือง ส่งผลให้ธนาคารเติบโตอย่างก้าวกระโดดและสามารถขยายสาขาอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ จนกลายเป็นธนาคารที่มีสินทรัพย์รวมสูงที่สุดในประเทศไทยและอาเซียนในเวลาต่อมา.

การสืบทอดกิจการและการสร้างความสัมพันธ์อันยาวนานส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นภายใต้ตระกูลโสภณพนิช. สายสัมพันธ์ของตระกูลได้ขยายตัวไปสู่ระดับสากล โดยเฉพาะในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ผ่านนายระบิล โสภณพนิช (Robin Chan) บุตรชายของนายชิน และทายาทรุ่นถัดมาอย่างนายสตีเฟน ตัน (Stephen Tan) และนายชาญวุฒิ โสภณพนิช (Bernard Charnwut Chan) ซึ่งดำรงตำแหน่งสำคัญในสภาบริหารงานของฮ่องกง. ขณะที่ในประเทศไทย สายสัมพันธ์ธุรกิจได้รับการสืบทอดผ่านนายชาตรี โสภณพนิช (ถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ. 2561) และส่งต่อมายังนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่คนปัจจุบัน ตลอดจนสมาชิกในครอบครัวอย่างนางสาวิตรี รมยะรูป นายชาลี โสภณพนิช และนางสุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล. โครงสร้างความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงระหว่างไทยและฮ่องกงนี้ ช่วยเสริมฐานธุรกิจต่างประเทศของธนาคารให้มีความเป็นสากลและเอื้อต่อยุทธศาสตร์การเป็นสถาบันการเงินชั้นนำแห่งภูมิภาคเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ

.

2. ยุทธศาสตร์ Regional Bank: การเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยดีล Permata Bank และการเจาะตลาดอินเดีย


ธนาคารกรุงเทพดำเนินกลยุทธ์สร้างความแตกต่างด้วยการเป็นธนาคารไทยเพียงแห่งเดียวที่มีเครือข่ายธุรกิจกว้างขวางในสองระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศไทยและประเทศอินโดนีเซีย. ยุทธศาสตร์การเติบโตในต่างประเทศได้รับการขับเคลื่อนอย่างเด่นชัดผ่านการเข้าซื้อกิจการธนาคารพีที เพอร์มาตา ทีบีเค (PT Bank Permata Tbk) ในปี พ.ศ. 2563 โดยการเข้าถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 89.12 ด้วยมูลค่าเงินลงทุนกว่า 73,722 ถึง 81,000 ล้านบาท.

ผลลัพธ์ของการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวส่งผลดีต่อโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อและรายได้ของธนาคารอย่างเด่นชัด:

  • การขยายตัวเชิงสาขาและอันดับในตลาด: ดีลนี้ช่วยให้ธนาคารกรุงเทพซึ่งเดิมมีสาขาจำกัดในอินโดนีเซีย ได้รับเครือข่ายสาขาของเพอร์มาตาทันทีมากกว่า 200 สาขา และผลักดันให้เพอร์มาตาก้าวขึ้นมาเป็นธนาคารขนาดใหญ่อันดับ 10 ของอินโดนีเซีย.

  • การค้ำจุนอัตราการเติบโตของสินเชื่อรวม: ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา พอร์ตสินเชื่อในประเทศไทยของธนาคารกรุงเทพเผชิญสภาวะหดตัวเฉลี่ยร้อยละ 0.5 ต่อปี อย่างไรก็ตาม พอร์ตสินเชื่อของเพอร์มาตาในอินโดนีเซียมีการเติบโตเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 5 ต่อปี ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญช่วยประคองให้ภาพรวมยอดการให้สินเชื่อของกลุ่มธนาคารกรุงเทพยังคงเติบโตเฉลี่ยได้ที่ร้อยละ 2.6 ต่อปี.

  • การเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อต่างประเทศ: เพอร์มาตาช่วยเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อต่างประเทศให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 17 เป็นร้อยละ 25 ของสินเชื่อทั้งหมด โดยพอร์ตสินเชื่อของเพอร์มาตาคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 12 ของสินเชื่อรวมของเครือข่ายธนาคารกรุงเทพ และสร้างกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 38 คิดเป็นมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี พ.ศ. 2567.

  • การถ่ายทอดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี: ธนาคารกรุงเทพได้นำฟีเจอร์และนวัตกรรมระบบจัดการคิวล่วงหน้าจากแอปพลิเคชัน "Permata ME" ซึ่งมีฟังก์ชันบริการครอบคลุมกว่า 200 ฟีเจอร์ มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับระบบบริการสาขาและการบริหารจัดการดิจิทัลในประเทศไทย.

นอกจากความสำเร็จในอินโดนีเซียแล้ว ธนาคารยังเดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนสู่ประเทศอินเดียในฐานะประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง. ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 ธนาคารกรุงเทพนำโดย นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ และนายสหพล วรรณสุศรี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นำคณะผู้ประกอบการไทยเข้าเจรจาความร่วมมือกับ T-Hub ซึ่งเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและสตาร์ทอัพชั้นนำของอินเดีย. ความร่วมมือนี้เปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยสามารถเข้าถึงเครือข่ายเทคโนโลยี นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญในตลาดอินเดีย พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนด้านโซลูชันทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงจากธนาคารอย่างครบวงจร

.

3. การวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานเชิงลึก


เพื่อให้เข้าใจถึงแนวโน้มความมั่นคงทางการเงินและสมรรถนะการดำเนินงานของธนาคารกรุงเทพ การเปรียบเทียบข้อมูลจากงบการเงินรวมย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ถึงไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 แสดงให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตและเสถียรภาพของโครงสร้างเงินทุนอย่างมีนัยสำคัญ.

ตารางที่ 1: ข้อมูลทางการเงินและอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ (พ.ศ. 2564 - ไตรมาส 1/2569)

ตัวชี้วัดทางการเงิน (หน่วย: ล้านบาท)ปี 2564ปี 2565ปี 2566ปี 2567ปี 2568ไตรมาส 1/2569
สินทรัพย์รวม4,333,2814,421,752.094,514,484.384,551,379.004,606,342.004,708,950.49
หนี้สินรวม3,827,9353,914,610.143,983,654.353,994,506.034,030,658.604,129,152.36
ส่วนของผู้ถือหุ้น505,346505,345.98528,974.77555,039.33573,922.62577,919.18
เงินรับฝาก3,156,9403,210,8963,158,8903,169,6543,196,2843,223,560
เงินให้สินเชื่อ2,584,2132,682,6912,671,9642,693,3012,608,2862,661,368
รายได้รวม-185,492.90241,407.88256,070.98238,144.5356,097.98
กำไรสุทธิ26,50729,305.5941,635.5245,211.1546,006.5110,993.77
อัตรากำไรสุทธิ (%)-16.0417.4217.8219.4719.78
NPL Ratio (%)---2.73.03.1
NPL Coverage (%)---334.3324.1318.1
BIS Ratio (%)19.57--20.421.820.9
P/E (เท่า)-10.077.416.606.657.48
P/BV (เท่า)-0.550.570.530.550.57

จากตารางข้อมูลจะเห็นได้ว่า สินทรัพย์รวมของธนาคารกรุงเทพเติบโตอย่างมั่นคงจาก 4.33 ล้านล้านบาทในปี พ.ศ. 2564 แตะระดับ 4.70 ล้านล้านบาทในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569. กำไรสุทธิของธนาคารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 26,507 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2564 เป็น 46,007 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2568 โดยในปี พ.ศ. 2568 เติบโตร้อยละ 1.8 สวนทางกับสภาวะสินเชื่อที่ชะลอตัวและยอดเงินให้สินเชื่อที่ลดลงมาอยู่ที่ 2,608,286 ล้านบาท. ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายและการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเป็น 54,868 ล้านบาท ซึ่งสามารถชดเชยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่อ่อนตัวลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้. สำหรับผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2569 ธนาคารรายงานกำไรสุทธิที่ 10,994 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 12.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนถึงแรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.49 และหนี้เสีย (NPL) ที่ขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 3.1 ของสินเชื่อรวม.

ในแง่ของดัชนีชี้วัดตลาดหุ้นและการลงทุน มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของธนาคารกรุงเทพปรับตัวมาอยู่ที่ระดับประมาณ 334,047 ล้านบาท โดยมีระดับราคาซื้อขายอยู่บนสัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ต่ำเพียง 6.60 ถึง 7.48 เท่า และอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (P/BV Ratio) ที่ร้อยละ 0.53 ถึง 0.57 เท่า ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีจริงค่อนข้างมาก. นอกจากนี้ อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอจากร้อยละ 4.64 ในปี พ.ศ. 2567 เป็นร้อยละ 5.01 ในปี พ.ศ. 2568 และแตะร้อยละ 5.68 ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2569 โดยมีสัดส่วนการจ่ายเงินปันผลต่อกำไรสุทธิ (Payout Ratio) ปรับสูงขึ้นจากร้อยละ 0.31 เป็นร้อยละ 0.43 ในช่วงเวลาเดียวกัน.


4. โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่และการกำกับดูแลกิจการ


การดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามมาตรฐานสากล เป็นแกนหลักที่ธนาคารกรุงเทพนำมาใช้เพื่อรับรองสิทธิและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม. โครงสร้างผู้ถือหุ้นของธนาคารมีความเป็นสากลและได้รับการสนับสนุนจากกองทุนรวมรวมถึงสถาบันการเงินระดับโลกหลากหลายแห่ง.

ตารางที่ 2: โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารกรุงเทพ (ข้อมูลล่าสุด)

รายชื่อผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้นที่ถือ (หุ้น)สัดส่วนการถือหุ้น (%)
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด446,289,13323.38
บริษัท ซิตี้เรียลตี้ จำกัด89,645,9004.70
สำนักงานประกันสังคม76,353,3944.00
STATE STREET EUROPE LIMITED52,133,4992.73
STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY47,874,3742.51
SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED42,562,8862.23
UOB KAY HIAN (HONG KONG) LIMITED - Client Account39,313,6702.06
THE BANK OF NEW YORK MELLON38,458,7062.01
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)34,632,1301.81
กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง28,404,6001.49

โครงสร้างการจัดการของธนาคารขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งผสมผสานระหว่างตัวแทนตระกูลผู้ก่อตั้ง ผู้บริหารวิชาชีพ และกรรมการอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อผลประโยชน์ระยะยาวของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม.

ตารางที่ 3: คณะกรรมการธนาคารกรุงเทพที่สำคัญ

รายชื่อกรรมการตำแหน่งภายในคณะกรรมการ
นาย พรเทพ พรประภาประธานกรรมการ
นาย สิงห์ ตังทัตสวัสดิ์ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการ
นาย ชาติศิริ โสภณพนิชกรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ
นาย กอบศักดิ์ ภูตระกูลกรรมการ
นาย จรัมพร โชติกเสถียรกรรมการ
นาย ชอง โทกรรมการ
นาย ชาญศักดิ์ เฟื่องฟูกรรมการ
นางสาว นิรมาณ ไหลสาธิตกรรมการ
นาย บุญส่ง บุณยะสาระนันท์กรรมการ
นาย พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์กรรมการ
นาย อมร จันทรสมบูรณ์กรรมการ
นาย อรุณ จิรชวาลากรรมการ
นาย ชัชวิน เจริญรัชต์ภาคย์กรรมการอิสระ
นาย บัณฑิต เอื้ออาภรณ์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
นาย ปรีดี ดาวฉายกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
นางสาว พรรณสิรี อมาตยกุลกรรมการอิสระ
นาย วีระพัฒน์ ถกลศรีกรรมการอิสระ
นาย ศิริ จิระพงษ์พันธ์กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ

การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพและมีเสถียรภาพส่งผลให้ธนาคารกรุงเทพได้รับรางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติจากสถาบันการเงินและนิตยสารชั้นนำ เช่น นิตยสารไฟแนนซ์เอเชีย และ นิตยสารอินเตอร์เนชั่นแนลบิสซิเนส:

  • ด้านความยั่งยืน: รางวัล Best Bank for Green Bonds Asia-Pacific และ Best Bank for Sustainable Finance Thailand (ติดต่อกันเป็นปีที่ 3).

  • ด้านการทำธุรกรรมและบริการลูกค้า: รางวัล Best Bank for Transaction Banking Services in Thailand (ติดต่อกันเป็นปีที่ 3), Best Wholesale/Transaction Bank for Digital CX และ Outstanding Supply Chain Finance Solution.

  • ด้านการจัดการและการดูแลทรัพย์สิน: รางวัล Best Sub-Custodian Bank in Thailand (ติดต่อกันเป็นปีที่ 17), Best Managed Bank in Thailand (ติดต่อกันเป็นปีที่ 3), Best Custodian Bank และ Best Payments Bank in Thailand.

  • รางวัลผู้นำ: CEO Leadership Achievement for Thailand Award ซึ่งมอบให้แก่ผู้บริหารระดับสูงเพื่อรับรองขีดความสามารถการนำองค์กรผ่านความท้าทายทางเศรษฐกิจ.


5. การปรับโครงสร้างระบบไอที ธุรกรรมดิจิทัล และนโยบายการจัดระเบียบบัญชีลูกค้ารายย่อย


เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุคไร้เงินสด ธนาคารกรุงเทพได้เร่งพัฒนาแอปพลิเคชันธุรกรรมดิจิทัลหลายรูปแบบ เช่น บริการ "BeMerchant NextGen" และแอปพลิเคชันรับชำระเงิน "Merchant Pro" สำหรับร้านค้ายุคใหม่. บริการนี้ช่วยอำนวยความสะดวกในการรับชำระเงินผ่าน QR พร้อมเพย์, บัตรเครดิต, Cross Border QR และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ เช่น WeChat Pay และ Alipay/Alipay+. ระบบกำหนดการปิดยอดบัญชีอัตโนมัติที่เวลา 23:00 น. โดยยอดชำระจากพร้อมเพย์ บัตรเครดิต และ Alipay จะโอนเข้าบัญชีร้านค้าในวันถัดไป ขณะที่ WeChat Pay จะโอนเข้าบัญชีภายใน 2 วันถัดไป. ทั้งนี้ ธนาคารกำหนดมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้สร้างรายการรับชำระเท็จเพื่อถอนเงินสด และการสแกนผ่านระบบต่างประเทศต้องดำเนินการ ณ หน้าร้านค้าเท่านั้น.

อย่างไรก็ดี การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับธุรกรรมจำนวนมหาศาลมักนำมาซึ่งความท้าทายและผลกระทบเชิงระบบ:

  • ปัญหาความขัดข้องชั่วคราว: ในช่วงเช้าของวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569 แอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารประสบปัญหาขัดข้องชั่วคราวเนื่องจากปริมาณการทำธุรกรรมที่หนาแน่น โดยระบบสามารถกลับมาเปิดให้บริการตามปกติได้ในเวลา 09:00 น..

  • การปิดปรับปรุงระบบตามแผนงาน: ธนาคารได้แจ้งปิดปรับปรุงระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการในเช้าวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 01:00 น. ถึง 07:00 น. ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงก์กิ้ง ตู้เอทีเอ็ม บัตรเดบิต บัตรเครดิต และบัตรทราเวล ทั้งในและต่างประเทศ.

ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดในภาคดิจิทัลของธนาคารกรุงเทพ คือ การปรับเปลี่ยนเงื่อนไขบัญชี e-Savings และการตัดสินใจไม่ยื่นขอใบอนุญาต Virtual Bank. ธนาคารออกข้อกำหนดใหม่สำหรับบัญชี e-Savings มีผลบังคับใช้ตั้งแตวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569 กำหนดให้ผู้เปิดบัญชีต้องมียอดเงินฝากคงเหลือไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท. หากยอดเงินในบัญชีต่ำกว่าเกณฑ์ ระบบจะระงับการทำธุรกรรมโอนออกหรือถอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัลทันที เว้นแต่รายการหักบัญชีอัตโนมัติเพื่อชำระสาธารณูปโภคหรือสินเชื่อและบัตรเครดิตของธนาคารกรุงเทพ. ขณะเดียวกัน บัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 1 ปีขึ้นไปและมียอดคงเหลือต่ำกว่า 2,000 บาท จะถูกจัดเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี 50 บาทต่อเดือน. มาตรการนี้สร้างความกังวลให้แก่ลูกค้ารายย่อย แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์ นี่เป็นความพยายามลดภาระและต้นทุนในการบริหารจัดการฐานข้อมูลสำหรับบัญชีที่ไม่สร้างผลตอบแทน.

การจัดระเบียบฐานลูกค้ารายย่อยดังกล่าว สอดคล้องกับการตัดสินใจ ถอนตัวจากการยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเดิมได้จับจับมือกับกลุ่มบีทีเอส (BTS) และมีกำหนดที่กระทรวงการคลังจะประกาศผลผู้ได้รับคัดเลือกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 เพื่อเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2569. แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังชี้ว่า ธนาคารตัดสินใจถอนตัวเนื่องจากทิศทางธุรกิจไม่ได้เน้นกลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไปเป็นหลัก ซึ่งขัดกับวัตถุประสงค์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ต้องการให้ Virtual Bank เจาะกลุ่มผู้เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินระดับฐานราก (Underbanked). การถอนตัวนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนในการเน้นกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และ SME ที่สร้างส่วนต่างกำไรและมูลค่าเพิ่มได้ดีกว่าการเน้นฐานลูกค้ารายย่อยที่มีความเสี่ยงสูง


6. ความยั่งยืน การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล


ธนาคารกรุงเทพกำหนดแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) เพื่อเกื้อหนุนให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน. ธนาคารมุ่งสนับสนุนภาคธุรกิจในการปรับตัวผ่านการจัดสรรสินเชื่อสีเขียวเพื่อส่งเสริมการใช้เครื่องมือประหยัดพลังงานและการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ควบคู่กับการให้ความช่วยเหลือด้านความรู้ทางการเงินแก่กลุ่มเปราะบางเพื่อลดปัญหาหนี้สินครัวเรือนและความเสี่ยงด้านเครดิต. ในฐานะส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่อสังคม ธนาคารดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 ธนาคารได้จัดโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลในวันทะเลโลก ร่วมถวายมุทิตาธรรมสักการะแด่พระภิกษุสามเณรผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคเป็นปีที่ 53 และร่วมจัดงานสงกรานต์สีลมเพื่อสืบสานประเพณีไทย.

ในมิติด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ธนาคารยึดถือคุณค่าหลัก 3 ประการ ได้แก่ ความใส่ใจ (Be Caring) ความรู้ลึกซึ้ง (Be Insightful) และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (Be United) ภายใต้วัฒนธรรมองค์กร "One Family, One Team". พนักงานของธนาคารได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เหมาะสม เช่น สวัสดิการเงินกู้ดอกเบี้ยพิเศษที่มีเงื่อนไขผ่อนชำระยืดหยุ่นเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในครอบครัว. ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อช่วยเหลือพนักงานจากภาวะค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธนาคารกรุงเทพได้อนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีพิเศษจำนวน 20,000 บาทให้แก่พนักงานและเจ้าหน้าที่บริหารทุกคนเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569.

แม้ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลจะส่งผลให้ธนาคารต้องทยอยลดจำนวนสาขาในประเทศลงจาก 791 สาขาในปี พ.ศ. 2567 เหลือเพียง 705 สาขาในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 แต่การให้บริการในเขตพื้นที่อุตสาหกรรมและนิคมเศรษฐกิจพิเศษที่สำคัญยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ธนาคารให้ความสำคัญอย่างมาก ตัวอย่างที่เด่นชัดคือระบบบริการในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ.

ตารางที่ 4: เครือข่ายจุดบริการและศูนย์บริการพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี

รายชื่อสาขาและพิกัดบริการที่ตั้งเฉพาะและลักษณะการดำเนินงานวันและเวลาทำการ

สาขาปราจีนบุรี

[cite: 36]

128 ถนนราษฎร์ดำริ ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรีจันทร์-ศุกร์ 08:30 - 15:30

สาขาสี่แยกกบินทร์บุรี

[cite: 39]

887 หมู่ 8 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรีจันทร์-ศุกร์ 08:30 - 15:30

สาขาเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี

[cite: 35]

444 หมู่ 9 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรีจันทร์-ศุกร์ 10:00 - 17:00

สาขาเทสโก้โลตัสศรีมหาโพธิ

[cite: 37]

228 หมู่ 10 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิเปิดทำการทุกวัน 10:00 - 20:00

สาขาไมโคร บิ๊กซี ศรีมหาโพธิ

[cite: 40]

618 หมู่ 7 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ (จำกัดบางธุรกรรมหลักทรัพย์)ตามเวลาห้างสรรพสินค้า

สาขาไมโคร โรบินสัน ปราจีนบุรี

[cite: 40, 41]

72 หมู่ 3 ต.บางบริบูรณ์ อ.เมืองปราจีนบุรี (จำกัดบางธุรกรรมหลักทรัพย์)ตามเวลาห้างสรรพสินค้า

ในพื้นที่อุตสาหกรรมกบินทร์บุรีซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำหรับลูกค้าระดับบรรษัทและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเฉพาะด้าน เช่น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเทคโนโลยีสารสนเทศและการโอนเงินระหว่างประเทศระบบ Swift (I.T. & Swift Operations Officer) นำโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการจัดการระหว่างประเทศเพื่อดูแลธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศของกลุ่มอุตสาหกรรมในพื้นที่ให้มีความสะดวกรวดเร็วและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง.


7. บทวิเคราะห์เชิงลึกและแนวโน้มเชิงกลยุทธ์


การพินิจภาพรวมยุทธศาสตร์ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำไปสู่การค้นพบแนวโน้มที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการปรับทิศทางของธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิมท่ามกลางคลื่นความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการเงินและสภาวะเศรษฐกิจไทยที่เติบโตในอัตราที่ต่ำ การประเมินสถานการณ์บ่งชี้ว่า การพิจารณาโครงสร้างต้นทุนและขีดความสามารถในการทำกำไรของฐานลูกค้ารายย่อยกำลังเป็นปัจจัยผลักดันสำคัญให้เกิดการปรับพฤติกรรมองค์กรอย่างรอบด้าน ยุทธศาสตร์การถอนตัวจากการจัดตั้ง Virtual Bank ประกอบกับการปรับเพิ่มเงื่อนไขเงินติดบัญชี e-Savings และการปรับลดจำนวนสาขาทางกายภาพอย่างเป็นระบบ คือตัวบ่งชี้ว่าธนาคารกรุงเทพเลือกปฏิเสธที่จะแข่งขันในสมรภูมิตลาดล่างที่มีต้นทุนบริการต่อหัวสูงและมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นในกลุ่มฐานราก เพื่อหันไปเน้นขีดความสามารถที่โดดเด่นในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ สถาบันการเงิน และกลุ่มเอสเอ็มอีระดับกลางที่มีศักยภาพการเติบโตสูงแทน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังทำหน้าที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเศรษฐกิจไทยเพียงอย่างเดียว โดยการใช้ธนาคารเพอร์มาตาในอินโดนีเซียเป็นเสมือนหัวหอกในการทำกำไรและรักษาการเติบโตของสินเชื่อรวม ตลาดอินโดนีเซียมีข้อดีในเรื่องฐานประชากรขนาดใหญ่และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าไทยอย่างชัดเจน ซึ่งช่วยพยุงผลการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มธนาคารให้ยังคงมีเสถียรภาพ ขณะเดียวกัน การเชื่อมโยงโครงข่ายเข้ากับประเทศที่มีพลวัตสูงอย่างอินเดียผ่านการจับคู่กับสตาร์ทอัพเทคโนโลยีและหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ จะช่วยสร้างนวัตกรรมรูปแบบใหม่และช่องทางการไหลเวียนของกระแสเงินทุนข้ามพรมแดนให้กับธนาคารในระยะยาว

ในมิติของความมั่นคงและโครงสร้างทางการเงิน แม้อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) จะมีแนวโน้มขยับขึ้นเล็กน้อยตามสภาวะหนี้สินครัวเรือนในประเทศ แต่การรักษาระดับเงินกองทุนตามเกณฑ์ Basel III ในสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 20.9 และระดับอัตราส่วนสำรองต่อหนี้สูญที่สูงกว่าร้อยละ 318 แสดงให้เห็นว่าธนาคารกรุงเทพมีเกราะป้องกันความเสี่ยงที่หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในระบบธนาคารพาณิชย์ ความยืดหยุ่นทางการเงินนี้จะช่วยเอื้ออำนวยให้ธนาคารสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายความยั่งยืนด้าน ESG ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรักษาตำแหน่งการเป็น "เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน" และสถาบันการเงินที่ได้รับความน่าเชื่อถือสูงสุดเพื่อเผชิญหน้ากับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกและก้าวสู่ทศวรรษใหม่อย่างมั่นคงต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น