รายงานการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์: โครงสร้างอุตสาหกรรม ห่วงโซ่คุณค่าร่วม และสมรรถนะทางการเงินของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ประวัติความเป็นมา โครงสร้างทุน และทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กร
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2512 ภายใต้ชื่อ "บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด" ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 10 ล้านบาท และได้เปิดดำเนินการรักษาพยาบาลอย่างเป็นทางการภายใต้แบรนด์ "โรงพยาบาลกรุงเทพ" เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515
ทิศทางการดำเนินงานของบริษัทขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์การก้าวไปสู่การเป็น "ศูนย์กลางทางการแพทย์แห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มุ่งสู่การดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน"
โครงสร้างการบริหารจัดการการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลในเครือข่ายมีการจำแนกทั้งรูปแบบการบริหารโดยตรงภายใต้บริษัทใหญ่ และการดำเนินงานผ่านบริษัทย่อยที่มีความเฉพาะทาง
การวิเคราะห์เครือข่ายสถานพยาบาลและการจัดกลุ่มตลาดเชิงภูมิศาสตร์
โครงสร้างธุรกิจของ BDMS ประกอบไปด้วยกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่มีเครือข่ายครอบคลุมมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนโรงพยาบาลรวมในเครือข่าย ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 ทั้งสิ้น 60 โรงพยาบาล และมีขีดความสามารถในการให้บริการผ่านเตียงจดทะเบียนรวมกว่า 9,384 เตียง
| แบรนด์โรงพยาบาลในเครือ | จำนวนโรงพยาบาล | จำนวนเตียงจดทะเบียน (Structured Beds) | ลักษณะสำคัญและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย |
| กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ | 31 | 4,616 | มุ่งเน้นการรักษาโรคซับซ้อนเฉพาะทางและกลุ่มผู้ป่วยสิทธิประกัน/เงินสดระดับกลางถึงบน |
| กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช | 8 | 1,693 | มุ่งเน้นการรักษาในกลุ่มแม่และเด็ก และกลุ่มคนไข้ต่างชาติพรีเมียม |
| กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท | 7 | 1,434 | มุ่งเน้นกลุ่มวัยทำงาน กลุ่มชนชั้นกลาง และระบบส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก |
| กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล | 7 | 807 | มุ่งเน้นการให้บริการรักษาพยาบาลทั่วไปในพื้นที่ชุมชนและกลุ่มลูกค้าระดับกลาง |
| โรงพยาบาลบีเอ็นเอช | 1 | 115 | เจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่พำนักในไทย (Expatriates) และเน้นสูตินรีเวชพรีเมียม |
| กลุ่มโรงพยาบาลรอยัล | 2 | 133 | การขยายตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และการบริการสาธารณสุขในกัมพูชา |
| โรงพยาบาลอื่นๆ และท้องถิ่น | 4 | 602 | เสริมฐานการส่งกลับผู้ป่วยและรักษาผู้รับบริการในพื้นที่ภูมิภาค |
| รวมเครือข่ายทั้งหมด | 60 | 9,384 | การบูรณาการระบบบริการสุขภาพที่ครอบคลุมที่สุดในอาเซียน [cite: 11] |
ในมิติการกระจายตัวเชิงภูมิศาสตร์ เครือข่ายของ BDMS ได้สร้างการเชื่อมต่อตั้งแต่เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลไปจนถึงหัวเมืองท่องเที่ยวและเขตเศรษฐกิจที่สำคัญทั่วประเทศ
โครงสร้างการถือหุ้นในโรงพยาบาลแต่ละแห่งสะท้อนถึงการเข้าซื้อกิจการและการจัดโครงสร้างกลุ่มธุรกิจอย่างมีเอกภาพ โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ในหลายโรงพยาบาลที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ โรงพยาบาลสมิติเวชชลบุรี โรงพยาบาลสิริโรจน์ และโรงพยาบาลจอมเทียน
กลยุทธ์การขยายตัวในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมด้วยแบบจำลองสินทรัพย์เบา
หนึ่งในแบบจำลองทางธุรกิจที่สร้างความคุ้มค่าทางการเงินและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกลุ่ม BDMS คือการประยุกต์ใช้ยุทธศาสตร์สินทรัพย์เบา (Asset-Light Model) เพื่อเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเขตอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะในเขตจังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี จากการสำรวจข้อมูลพบว่า ในพื้นที่ดังกล่าวการให้บริการสาธารณสุขภาครัฐดำเนินการโดยโรงพยาบาลกบินทร์บุรี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) นนทรี ซึ่งเน้นการดูแลรักษาระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิเป็นหลัก
เพื่อตอบสนองต่อโอกาสทางธุรกิจนี้โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาลในการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลขนาดใหญ่ BDMS ได้จัดตั้งเครือข่ายคลินิกเฉพาะทางภายใต้การบริหารจัดการของโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง เช่น "คลินิกเวชกรรมกรุงเทพระยอง สาขานิคมอุตสาหกรรม 304 ปราจีนบุรี"
ระบบการทำงานของเครือข่ายคลินิกเหล่านี้ถูกเชื่อมโยงโดยตรงเข้ากับโรงพยาบาลหลักในเครือข่าย เช่น หากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่คลินิกเวชกรรมกรุงเทพระยอง สาขา 304 ปราจีนบุรี จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยใน (IPD) หรือต้องการการตรวจรักษาที่มีความซับซ้อนสูง คลินิกจะประสานงานผ่านระบบ BDMS Alarm Center และระบบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตของศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน (BES) ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสากล CAMTS เพื่อส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในเครือข่าย เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง หรือโรงพยาบาลพญาไทบ่อวิน ที่อยู่ใกล้เคียงได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบไร้รอยต่อ
การบูรณาการในแนวดิ่งและกลุ่มธุรกิจนอกโรงพยาบาล
นอกเหนือจากบริการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลแล้ว BDMS ยังได้พัฒนาโครงสร้างกลุ่มธุรกิจนอกเหนือโรงพยาบาล (Non-Hospital Business) เพื่อผลักดันความมั่นคงระยะยาวในแง่ของห่วงโซ่อุปทานและการควบคุมต้นทุนเวชภัณฑ์ผ่านนวัตกรรมการรวมศูนย์ (Centralized Procurement & Supply Chain Management)
ในกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตเวชภัณฑ์ บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยละ 87.05 ใน บริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเวชกรรม รวมถึงรับจ้างผลิตยาและอาหารเสริม
| บริษัทในเครือนอกกลุ่มโรงพยาบาล | สัดส่วนการถือหุ้น (%) | หน้าที่เชิงยุทธศาสตร์และบริการหลัก |
| บริษัท เอ.เอ็น.บี. ลาบอราตอรี่ (อำนวยเภสัช) จำกัด | 100.00 | ผลิตและจัดจำหน่ายยา น้ำเกลือ และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ระดับโรงพยาบาล |
| บริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด | 87.05 | รับจ้างผลิตยา (OEM) เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาพาราเซตามอลแบรนด์บาคามอล |
| บริษัท เซฟดรัก เซ็นเตอร์ จำกัด | 100.00 | ร้านค้าปลีกเภสัชกรรมและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีสาขารอบประเทศกว่า 110 สาขา |
| บริษัท เฟิสท์ เฮลธ์ ฟู้ด จำกัด | 95.76 | พัฒนาและจัดหาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการทางการแพทย์ |
| บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (N Health) | 100.00 | บริการตรวจวิเคราะห์ทางพยาธิวิทยา ห้องปฏิบัติการ และโลจิสติกส์การแพทย์ |
| บริษัท บีดีเอ็มเอส เทรนนิ่ง จำกัด | 100.00 | ศูนย์จัดการอบรมวิชาชีพเฉพาะทางและพัฒนาทักษะทางการแพทย์แก่บุคลากร |
| บริษัท กรุงเทพประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) | 100.00 | ธุรกิจจัดทำและบริหารจัดการแผนประกันภัยสุขภาพเฉพาะบุคคลในเครือ |
| บริษัท กรุงเทพพรีเมียร์ นายหน้าประกันภัย จำกัด | 100.00 | การเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิตเพื่อให้บริการทางการเงินที่ครบวงจร |
| บริษัท บีดีเอ็มเอส แอคเคาท์ติ้ง จำกัด | 100.00 | บริการจัดทำบัญชี ตรวจสอบภายใน และการเงินรวมศูนย์แก่บริษัทในเครือ |
การเติบโตของธุรกิจบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการภายใต้การจัดตั้งบริษัทร่วม เช่น บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (N Health) บริษัท เอ็น เฮลท์ พยาธิวิทยา จำกัด และบริษัท ไบโอ โมเลกุลล่าร์ แลบบอราทอรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ช่วยอำนวยความสะดวกให้โรงพยาบาลต่างๆ ทั้งในกลุ่มและนอกกลุ่มสามารถส่งตรวจสิ่งส่งตรวจทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วและประหยัดต้นทุน อีกทั้งธุรกิจดังกล่าวยังมีการขยายสาขาไปสู่ประเทศกัมพูชาและพม่าเพื่อเพิ่มขอบเขตการให้บริการในภูมิภาค
นวัตกรรมทางเทคโนโลยี พันธมิตรทางการแพทย์ระดับโลก และระบบนิเวศดิจิทัล
ในการก้าวไปสู่มาตรฐานความเป็นเลิศระดับสากล BDMS ได้ขับเคลื่อนองค์กรผ่านกลยุทธ์การสร้างความเป็นเลิศทางการแพทย์และนวัตกรรมระบบสุขภาพอัจฉริยะ (Smart Healthcare) โดยมุ่งเน้นความร่วมมือกับสถาบันทางการแพทย์ระดับโลกเพื่อพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาล
ความร่วมมือเหล่านี้นำไปสู่การประยุกต์ใช้เครื่องมือทางการแพทย์ขั้นสูงเพื่อยกระดับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาพยาบาล เช่น:
ระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดผิวข้อเข่าบางส่วน (Robotic-Assisted UKA): ให้บริการผ่าตัดบริเวณข้อเข่าอย่างแม่นยำ ณ โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนลเพื่อสมองและกระดูก
ระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมะเร็งปอด (da Vinci Xi): พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยตรวจและรักษาโรคมะเร็งปอดที่มีรอยโรคขนาดเล็ก ณ โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพวัฒโนสถ
การใส่คลิปซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด (MitraClip): เทคโนโลยีใหม่เพื่อซ่อมแซมโรคลิ้นหัวใจรั่ว ณ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
การอุดหลอดเลือดสมองโป่งพองด้วยสายสวนขดลวด (Endovascular Coiling): เทคโนโลยีการนำลิ่มเลือดออกผ่านสายสวนเพื่อรักษาภาวะโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน
โปรแกรมตรวจพันธุกรรมเพื่อประเมินความเสี่ยงโรค (Genetic screening): การตรวจหารอยโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกเริ่มในระดับดีเอ็นเอด้วยเทคโนโลยี SPOT-MAS ตลอดจนชุดตรวจวิเคราะห์การแพ้ยาและโรคระบบทางเดินหายใจ
เพื่อเสริมขีดความสามารถในการเข้าถึงบริการที่ทันสมัย BDMS ได้ขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัล (BDMS Health Ecosystem) ผ่านบริษัท เฮลท์ พลาซ่า จำกัด ซึ่งมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 40 ล้านบาท เป็น 1,040 ล้านบาท เพื่อเป็นแกนกลางในการพัฒนาแอปพลิเคชัน BeDee
สมรรถนะทางการเงินเชิงลึกและการวิเคราะห์แนวโน้มผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานทางการเงินย้อนหลังของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างมั่นคงของทั้งรายได้สะสม ตัวเลขกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) และตัวเลขกำไรสุทธิรวม แม้จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกในบางช่วงเวลาก็ตาม
การวิเคราะห์รายได้สะสมรายไตรมาส (พ.ศ. 2565 - ไตรมาส 1 พ.ศ. 2569)
ในส่วนของรายได้รวมจากการดำเนินงานของบริษัทพบว่ามีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามฤดูกาลทางการแพทย์ โดยปกติแล้วไตรมาสที่ 3 จะเป็นช่วงเวลาที่มีอัตราการทำเงินสูงสุดของปีเนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนซึ่งมีความชุกของโรคสูง
| รายได้จากการดำเนินงาน (ล้านบาท) | ปี พ.ศ. 2565 | ปี พ.ศ. 2566 | ปี พ.ศ. 2567 | ปี พ.ศ. 2568 | ปี พ.ศ. 2569 |
| ไตรมาสที่ 1 (Q1) | 26,930 | 24,313 | 26,930 | 28,453 | 28,554 |
| ไตรมาสที่ 2 (Q2) | 21,981 | 24,372 | 26,058 | 27,134 | - |
| ไตรมาสที่ 3 (Q3) | 23,985 | 26,699 | 28,536 | 28,598 | - |
| ไตรมาสที่ 4 (Q4) | 23,842 | 26,726 | 27,828 | 29,022 | - |
| รายได้รวมทั้งปี | 96,738 | 102,110 | 109,352 | 113,207 | 28,554 (เฉพาะ Q1) |
การวิเคราะห์ EBITDA รายไตรมาส (พ.ศ. 2565 - ไตรมาส 1 พ.ศ. 2569)
สถิติ EBITDA สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนผันแปรในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรักษาสัดส่วนอัตรากำไร (Margin) ให้อยู่ในกรอบเกณฑ์ที่เหมาะสมมาโดยตลอด
| EBITDA (ล้านบาท) | ปี พ.ศ. 2565 | ปี พ.ศ. 2566 | ปี พ.ศ. 2567 | ปี พ.ศ. 2568 | ปี พ.ศ. 2569 |
| ไตรมาสที่ 1 (Q1) | 6,173 | 5,987 | 6,778 | 7,236 | 7,016 |
| ไตรมาสที่ 2 (Q2) | 5,120 | 5,510 | 5,751 | 6,134 | - |
| ไตรมาสที่ 3 (Q3) | 5,999 | 6,594 | 7,136 | 7,193 | - |
| ไตรมาสที่ 4 (Q4) | 5,641 | 6,649 | 6,919 | 6,447 | - |
| EBITDA รวมทั้งปี | 22,933 | 24,740 | 26,584 | 27,010 | 7,016 (เฉพาะ Q1) |
การวิเคราะห์กำไรสุทธิรายไตรมาส (พ.ศ. 2565 - ไตรมาส 1 พ.ศ. 2569)
จากฐานข้อมูลแสดงผลพบว่ากำไรสุทธิมีการเติบโตที่ต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิรวมในปี พ.ศ. 2568 แตะระดับสูงสุดที่ 15,848 ล้านบาท
| กำไรสุทธิ (ล้านบาท) | ปี พ.ศ. 2565 | ปี พ.ศ. 2566 | ปี พ.ศ. 2567 | ปี พ.ศ. 2568 | ปี พ.ศ. 2569 |
| ไตรมาสที่ 1 (Q1) | 3,443 | 3,468 | 4,074 | 4,346 | 4,058 |
| ไตรมาสที่ 2 (Q2) | 2,664 | 3,052 | 3,335 | 3,490 | - |
| ไตรมาสที่ 3 (Q3) | 3,386 | 3,884 | 4,246 | 4,319 | - |
| ไตรมาสที่ 4 (Q4) | 3,113 | 3,954 | 4,333 | 3,693 | - |
| กำไรสุทธิรวมทั้งปี | 12,606 | 14,358 | 15,988 | 15,848 | 4,058 (เฉพาะ Q1) |
ในการรักษาสมดุลด้านเงินทุนและโครงสร้างทางการเงิน การดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2568 (6 เดือนแรก) สะท้อนอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ร้อยละ 11.1 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.8 ในปีก่อนหน้า
ในด้านงบการเงินและกระแสเงินสดสำหรับไตรมาส 1 พ.ศ. 2569 ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีกระแสเงินสดรับจากการดำเนินงานที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งอย่างยิ่ง โดยมีกระแสเงินสดก่อนการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานสูงถึง 7,247.34 ล้านบาท ซึ่งได้รับการปรับปรุงค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นเงินสดอย่างเป็นระบบ เช่น ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่จำนวน 1,800.50 ล้านบาท
นโยบายการกระจายผลประโยชน์กลับคืนสู่ผู้ถือหุ้นดำเนินไปผ่านแนวทางอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สม่ำเสมอ โดยในรอบผลประกอบการประจำปี พ.ศ. 2568 คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนออัตราเงินปันผลรวมที่ 1.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งแบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายไปแล้วในสัดส่วน 0.35 บาทต่อหุ้นเมื่อช่วงกันยายน พ.ศ. 2568 และคงเหลือเงินปันผลที่จ่ายครั้งสุดท้ายในอัตรา 0.65 บาทต่อหุ้น โดยได้รับการอนุมัติให้โอนจ่ายในวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569
| รอบปีผลประกอบการ (ปี พ.ศ.) | เงินปันผลระหว่างกาล (บาท/หุ้น) | เงินปันผลรวมทั้งปี (บาท/หุ้น) | วันกำหนดจ่ายเงินปันผลรอบปี |
| 2563 | 0.20 (ไม่มีปันผลระหว่างกาล) | 0.55 | 23 เมษายน 2564 |
| 2564 | 0.25 | 0.45 | 29 เมษายน 2565 |
| 2565 | 0.30 | 0.60 | 24 เมษายน 2566 |
| 2566 | 0.35 | 0.70 | 22 เมษายน 2567 |
| 2567 | 0.35 | 0.75 | 25 เมษายน 2568 |
| 2568 | 0.35 | 1.00 | 24 เมษายน 2569 |
กลยุทธ์ความยั่งยืน การนำหลัก ESG ไปปฏิบัติ และการขยายตลาดเวลเนสสู่สากล
เพื่อสอดรับกับวิสัยทัศน์ความยั่งยืนในระยะยาว BDMS ได้นำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาเป็นองค์ประกอบหลักในทุกๆ กิจกรรมการดำเนินงานขององค์กรอย่างเป็นระบบ
ความพยายามดังกล่าวส่งผลให้ BDMS ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติและได้รับการรับรองความยั่งยืนในเวทีระดับโลกหลายสถาบัน:
อันดับ 1 ของโลกจาก Dow Jones Sustainability Indices (DJSI World): ในกลุ่มการบริการทางการแพทย์ (Health Care Providers & Services) ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกดัชนีระดับโลกติดต่อกันเป็นปีแรกในฐานะตัวแทนรายแรกของเอเชีย และในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (DJSI Emerging Markets) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
การประเมินระดับ "AA" ใน MSCI ESG Ratings: แสดงถึงการยอมรับมาตรฐานการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในเกณฑ์ดีเยี่ยม
การคงสถานะในดัชนีความยั่งยืน FTSE4Good Index Series: ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบสะท้อนความโปร่งใสและบรรษัทภิบาลระดับสากล
การขึ้นทะเบียนหุ้นยั่งยืน (ESG Rating) โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย: ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
สำหรับนโยบายสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ บริษัทได้จัดทำแผนแม่บทเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านเป้าหมาย "BDMS Net Zero 2050" ภายในปี พ.ศ. 2593
ในส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจที่ไม่ใช่โรงพยาบาลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูสุขภาพ (Wellness Tourism) BDMS ได้จัดตั้ง BDMS Wellness Clinic เพื่อเน้นบริการคัดกรองสุขภาพเชิงรุกและชะลอวัย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น