วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569

BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

 

รายงานการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์: โครงสร้างอุตสาหกรรม ห่วงโซ่คุณค่าร่วม และสมรรถนะทางการเงินของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)


ประวัติความเป็นมา โครงสร้างทุน และทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กร


บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2512 ภายใต้ชื่อ "บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด" ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 10 ล้านบาท และได้เปิดดำเนินการรักษาพยาบาลอย่างเป็นทางการภายใต้แบรนด์ "โรงพยาบาลกรุงเทพ" เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 ต่อมาบริษัทสามารถนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2534 ก่อนที่จะแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดในปี พ.ศ. 2537 จากการพัฒนาอย่างยาวนานกว่ากึ่งศตวรรษ ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 1,758.22 ล้านบาท โดยเป็นทุนที่ออกและเรียกชำระเต็มมูลค่าแล้วจำนวน 1,589.20 ล้านบาท ณ วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568 บริษัทมีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) อยู่ที่ 92,443 ราย คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นรวมกันร้อยละ 83.56 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด ซึ่งสะท้อนถึงการกระจายตัวของโครงสร้างผู้ถือหุ้นสู่สาธารณะอย่างกว้างขวางและความไว้วางใจจากนักลงทุนรายย่อยระดับสูง

ทิศทางการดำเนินงานของบริษัทขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์การก้าวไปสู่การเป็น "ศูนย์กลางทางการแพทย์แห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มุ่งสู่การดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน" โดยมีพันธกิจหลักในการมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำปฏิรูปการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพสร้างสรรค์ ผสานการบริการที่เอาใจใส่และมิตรไมตรีจิตแบบไทย เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ค่านิยมหลักขององค์กรหล่อหลอมผ่านความเหนือกว่าความเป็นเลิศทางวิชาการ (Beyond Excellence) ความเข้าใจความรู้สึกและความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง (Deep Empathy) การรักษาจรรยาบรรณวิชาชีพ (Moral Commitment) และการคงเอกลักษณ์ไทยด้วยหัวใจบริการ (Service with Thai Hospitality) ปรัชญาเหล่านี้ส่งผ่านโดยตรงไปยังการจัดกลุ่มการรักษาพยาบาลและการจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ของบริษัท เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความพึงพอใจและมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

โครงสร้างการบริหารจัดการการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลในเครือข่ายมีการจำแนกทั้งรูปแบบการบริหารโดยตรงภายใต้บริษัทใหญ่ และการดำเนินงานผ่านบริษัทย่อยที่มีความเฉพาะทาง โรงพยาบาลหลักที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยตรงของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วยโรงพยาบาล 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ โรงพยาบาลวัฒโนสถ โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และโรงพยาบาลกรุงเทพไชน่าทาวน์ โดยแต่ละแห่งเน้นการให้บริการรักษาเฉพาะทางที่ลึกซึ้ง เช่น โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพรักษาโรคทางระบบการไหลเวียนโลหิตและหัวใจ โรงพยาบาลวัฒโนสถรักษาและวิจัยด้านโรคมะเร็งแบบองค์รวม และโรงพยาบาลกรุงเทพไชน่าทาวน์ที่ให้บริการศูนย์รักษาโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ รวมถึงการตรวจวิเคราะห์เวชศาสตร์ชะลอวัยแบบครบวงจรเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในปัจจุบัน


การวิเคราะห์เครือข่ายสถานพยาบาลและการจัดกลุ่มตลาดเชิงภูมิศาสตร์


โครงสร้างธุรกิจของ BDMS ประกอบไปด้วยกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่มีเครือข่ายครอบคลุมมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนโรงพยาบาลรวมในเครือข่าย ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 ทั้งสิ้น 60 โรงพยาบาล และมีขีดความสามารถในการให้บริการผ่านเตียงจดทะเบียนรวมกว่า 9,384 เตียง ความครอบคลุมดังกล่าวดำเนินการผ่านการจัดกลุ่มแบรนด์ย่อยที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและตำแหน่งทางการตลาด (Market Positioning) แตกต่างกัน เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการด้านสาธารณสุขของสังคมในทุกกลุ่มรายได้อย่างทั่วถึง

แบรนด์โรงพยาบาลในเครือจำนวนโรงพยาบาลจำนวนเตียงจดทะเบียน (Structured Beds)ลักษณะสำคัญและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ314,616

มุ่งเน้นการรักษาโรคซับซ้อนเฉพาะทางและกลุ่มผู้ป่วยสิทธิประกัน/เงินสดระดับกลางถึงบน

กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช81,693

มุ่งเน้นการรักษาในกลุ่มแม่และเด็ก และกลุ่มคนไข้ต่างชาติพรีเมียม

กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท71,434

มุ่งเน้นกลุ่มวัยทำงาน กลุ่มชนชั้นกลาง และระบบส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก

กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล7807

มุ่งเน้นการให้บริการรักษาพยาบาลทั่วไปในพื้นที่ชุมชนและกลุ่มลูกค้าระดับกลาง

โรงพยาบาลบีเอ็นเอช1115

เจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่พำนักในไทย (Expatriates) และเน้นสูตินรีเวชพรีเมียม

กลุ่มโรงพยาบาลรอยัล2133

การขยายตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และการบริการสาธารณสุขในกัมพูชา

โรงพยาบาลอื่นๆ และท้องถิ่น4602

เสริมฐานการส่งกลับผู้ป่วยและรักษาผู้รับบริการในพื้นที่ภูมิภาค

รวมเครือข่ายทั้งหมด609,384

การบูรณาการระบบบริการสุขภาพที่ครอบคลุมที่สุดในอาเซียน

[cite: 11]

ในมิติการกระจายตัวเชิงภูมิศาสตร์ เครือข่ายของ BDMS ได้สร้างการเชื่อมต่อตั้งแต่เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลไปจนถึงหัวเมืองท่องเที่ยวและเขตเศรษฐกิจที่สำคัญทั่วประเทศ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีโรงพยาบาลระดับตติยภูมิขั้นสูงคอยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการแพทย์หลัก ได้แก่ โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนลเพื่อสมองและกระดูก และโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพวัฒโนสถ ทางภาคกลางมีเครือข่ายเชื่อมโยง เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพพิษณุโลก และโรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ ฝั่งภาคตะวันตกประกอบด้วยโรงพยาบาลกรุงเทพเพชรบุรี โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และโรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราช ในภาคเหนือมีโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ และโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือครอบคลุมโรงพยาบาลกรุงเทพเขาใหญ่ โรงพยาบาลกรุงเทพปากช่อง โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา และโรงพยาบาลกรุงเทพอุดร สำหรับภาคใต้ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศ มีฐานการให้บริการที่แข็งแกร่งผ่านโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ โรงพยาบาลกรุงเทพสุราษฎร์ โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ และโรงพยาบาลดีบุก

โครงสร้างการถือหุ้นในโรงพยาบาลแต่ละแห่งสะท้อนถึงการเข้าซื้อกิจการและการจัดโครงสร้างกลุ่มธุรกิจอย่างมีเอกภาพ โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ในหลายโรงพยาบาลที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ โรงพยาบาลสมิติเวชชลบุรี โรงพยาบาลสิริโรจน์ และโรงพยาบาลจอมเทียน สำหรับแบรนด์อื่นในเครือข่าย เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 95.78 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา ถือหุ้นร้อยละ 67.17 โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ถือหุ้นร้อยละ 63.45 โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ถือหุ้นร้อยละ 91.50 และกลุ่มโรงพยาบาลพญาไท ซึ่งดำเนินงานผ่านบริษัท ประสิทธิ์พัฒนา จำกัด (มหาชน) บริษัทถือหุ้นโดยอ้อมผ่านบริษัทย่อยในสัดส่วนร้อยละ 98.56 นอกจากนี้ บริษัทยังมีการลงทุนเชิงรับในฐานะผู้ถือหุ้นแต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหาร เช่น การถือหุ้นร้อยละ 25.10 ในบริษัท อุดรพัฒนา (1994) จำกัด ซึ่งดำเนินงานโรงพยาบาลเอกอุดร และการถือหุ้นร้อยละ 20.50 ในบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) ในอดีต นโยบายการลงทุนเหล่านี้เอื้ออำนวยให้ BDMS สามารถสร้างเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วยและรักษามาตรฐานการรักษาในทุกพื้นที่ได้อย่างมีสถียรภาพ


กลยุทธ์การขยายตัวในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมด้วยแบบจำลองสินทรัพย์เบา


หนึ่งในแบบจำลองทางธุรกิจที่สร้างความคุ้มค่าทางการเงินและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกลุ่ม BDMS คือการประยุกต์ใช้ยุทธศาสตร์สินทรัพย์เบา (Asset-Light Model) เพื่อเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเขตอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะในเขตจังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี จากการสำรวจข้อมูลพบว่า ในพื้นที่ดังกล่าวการให้บริการสาธารณสุขภาครัฐดำเนินการโดยโรงพยาบาลกบินทร์บุรี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) นนทรี ซึ่งเน้นการดูแลรักษาระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ความต้องการบริการการแพทย์เฉพาะทางและบริการตรวจสุขภาพสำหรับคนงานในนิคมอุตสาหกรรมที่มีกำลังซื้อระดับปานกลางถึงสูงมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เพื่อตอบสนองต่อโอกาสทางธุรกิจนี้โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาลในการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลขนาดใหญ่ BDMS ได้จัดตั้งเครือข่ายคลินิกเฉพาะทางภายใต้การบริหารจัดการของโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง เช่น "คลินิกเวชกรรมกรุงเทพระยอง สาขานิคมอุตสาหกรรม 304 ปราจีนบุรี" ซึ่งตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 10 ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี การใช้แบบจำลองคลินิกนี้ช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าวัยทำงานและผู้บริหารในนิคมอุตสาหกรรม 304 ได้อย่างรวดเร็ว โดยให้บริการรักษาโรคทั่วไปแบบผู้ป่วยนอก (OPD) บริการตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ และออกใบรับรองแพทย์ตรวจโรคทั่วไป คลินิกในลักษณะเดียวกันนี้ได้รับการจัดตั้งกระจายอยู่ทั่วเขตอุตสาหกรรมและแหล่งท่องเที่ยวหลักรวม 12 สาขา เช่น สาขามาบตาพุด สาขาบ่อวิน สาขาปลวกแดง สาขานิคมพัฒนา สาขาบ้านฉาง สาขาสะพานสี่ และสาขาตลาดหนองชาก เป็นต้น

ระบบการทำงานของเครือข่ายคลินิกเหล่านี้ถูกเชื่อมโยงโดยตรงเข้ากับโรงพยาบาลหลักในเครือข่าย เช่น หากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่คลินิกเวชกรรมกรุงเทพระยอง สาขา 304 ปราจีนบุรี จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยใน (IPD) หรือต้องการการตรวจรักษาที่มีความซับซ้อนสูง คลินิกจะประสานงานผ่านระบบ BDMS Alarm Center และระบบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตของศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน (BES) ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสากล CAMTS เพื่อส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในเครือข่าย เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง หรือโรงพยาบาลพญาไทบ่อวิน ที่อยู่ใกล้เคียงได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบไร้รอยต่อ ยุทธศาสตร์นี้นอกจากจะเพิ่มความพึงพอใจและลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทแล้ว ยังสอดรับกับการขยายบริการประกันภัยเฉพาะกลุ่ม เช่น โครงการความร่วมมือสิทธิประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลร่วมกับธนาคารทหารไทยธนชาตภายใต้กรมธรรม์ "ประกันเหมาจบๆ BDMS" ซึ่งครอบคลุมการรักษาระหว่างเครือข่ายคลินิกและโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ


การบูรณาการในแนวดิ่งและกลุ่มธุรกิจนอกโรงพยาบาล


นอกเหนือจากบริการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลแล้ว BDMS ยังได้พัฒนาโครงสร้างกลุ่มธุรกิจนอกเหนือโรงพยาบาล (Non-Hospital Business) เพื่อผลักดันความมั่นคงระยะยาวในแง่ของห่วงโซ่อุปทานและการควบคุมต้นทุนเวชภัณฑ์ผ่านนวัตกรรมการรวมศูนย์ (Centralized Procurement & Supply Chain Management) โดยบริษัทได้จัดตั้งและเข้าถือหุ้นในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการแพทย์และบริการสนับสนุนที่หลากหลาย ซึ่งประกอบไปด้วยสี่เสาหลักทางอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มผู้จัดหาและผู้ผลิตเวชภัณฑ์ กลุ่มผู้ค้าปลีกเภสัชกรรม กลุ่มธุรกิจห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทางการแพทย์ และกลุ่มบริการสนับสนุนเฉพาะทาง

ในกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตเวชภัณฑ์ บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยละ 87.05 ใน บริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเวชกรรม รวมถึงรับจ้างผลิตยาและอาหารเสริม และการถือหุ้นเต็มสัดส่วนใน บริษัท เอ.เอ็น.บี. ลาบอราตอรี่ (อำนวยเภสัช) จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิตน้ำเกลือ ยาฉีด และสารละลายทางการแพทย์รายใหญ่ของประเทศ การสร้างฐานการผลิตภายใต้เครือข่ายตนเองช่วยให้ BDMS มีความมั่นคงในการจัดสรรเวชภัณฑ์ในภาวะวิกฤตได้อย่างยอดเยี่ยม ในส่วนของการจัดจำหน่ายและจำหน่ายสินค้าทางเภสัชกรรม บริษัทดำเนินธุรกิจผ่าน บริษัท เซฟดรัก เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านขายยาที่มีสาขามากกว่า 110 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าค้าปลีกทั่วไป และการถือหุ้นร้อยละ 95.76 ใน บริษัท เฟิสท์ เฮลธ์ ฟู้ด จำกัด เพื่อเจาะตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพและโภชนบำบัดเฉพาะบุคคล

บริษัทในเครือนอกกลุ่มโรงพยาบาลสัดส่วนการถือหุ้น (%)หน้าที่เชิงยุทธศาสตร์และบริการหลัก
บริษัท เอ.เอ็น.บี. ลาบอราตอรี่ (อำนวยเภสัช) จำกัด100.00

ผลิตและจัดจำหน่ายยา น้ำเกลือ และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ระดับโรงพยาบาล

บริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด87.05

รับจ้างผลิตยา (OEM) เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาพาราเซตามอลแบรนด์บาคามอล

บริษัท เซฟดรัก เซ็นเตอร์ จำกัด100.00

ร้านค้าปลีกเภสัชกรรมและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีสาขารอบประเทศกว่า 110 สาขา

บริษัท เฟิสท์ เฮลธ์ ฟู้ด จำกัด95.76

พัฒนาและจัดหาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการทางการแพทย์

บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (N Health)100.00

บริการตรวจวิเคราะห์ทางพยาธิวิทยา ห้องปฏิบัติการ และโลจิสติกส์การแพทย์

บริษัท บีดีเอ็มเอส เทรนนิ่ง จำกัด100.00

ศูนย์จัดการอบรมวิชาชีพเฉพาะทางและพัฒนาทักษะทางการแพทย์แก่บุคลากร

บริษัท กรุงเทพประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน)100.00

ธุรกิจจัดทำและบริหารจัดการแผนประกันภัยสุขภาพเฉพาะบุคคลในเครือ

บริษัท กรุงเทพพรีเมียร์ นายหน้าประกันภัย จำกัด100.00

การเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิตเพื่อให้บริการทางการเงินที่ครบวงจร

บริษัท บีดีเอ็มเอส แอคเคาท์ติ้ง จำกัด100.00

บริการจัดทำบัญชี ตรวจสอบภายใน และการเงินรวมศูนย์แก่บริษัทในเครือ

การเติบโตของธุรกิจบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการภายใต้การจัดตั้งบริษัทร่วม เช่น บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (N Health) บริษัท เอ็น เฮลท์ พยาธิวิทยา จำกัด และบริษัท ไบโอ โมเลกุลล่าร์ แลบบอราทอรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ช่วยอำนวยความสะดวกให้โรงพยาบาลต่างๆ ทั้งในกลุ่มและนอกกลุ่มสามารถส่งตรวจสิ่งส่งตรวจทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วและประหยัดต้นทุน อีกทั้งธุรกิจดังกล่าวยังมีการขยายสาขาไปสู่ประเทศกัมพูชาและพม่าเพื่อเพิ่มขอบเขตการให้บริการในภูมิภาค การบูรณาการธุรกิจดังกล่าวควบคู่ไปกับบริการสนับสนุน เช่น บริษัท บีดีเอ็มเอส เทรนนิ่ง จำกัด และบริษัท บีดีเอ็มเอส แอคเคาท์ติ้ง จำกัด ทำให้ BDMS สามารถควบรวมห่วงโซ่การดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างคุณค่าและผลกำไรที่เป็นเอกภาพจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ


นวัตกรรมทางเทคโนโลยี พันธมิตรทางการแพทย์ระดับโลก และระบบนิเวศดิจิทัล


ในการก้าวไปสู่มาตรฐานความเป็นเลิศระดับสากล BDMS ได้ขับเคลื่อนองค์กรผ่านกลยุทธ์การสร้างความเป็นเลิศทางการแพทย์และนวัตกรรมระบบสุขภาพอัจฉริยะ (Smart Healthcare) โดยมุ่งเน้นความร่วมมือกับสถาบันทางการแพทย์ระดับโลกเพื่อพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาล ความร่วมมือที่สำคัญประกอบด้วยการเป็นพันธมิตรกับ Oregon Health & Science University (OHSU) สหรัฐอเมริกา ภายใต้ชื่อโครงการ BDMS-OHSU International Health Alliance เพื่อพัฒนายกระดับเป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ในด้านอาชีวอนามัย (Occupational Health) กุมารเวชศาสตร์ เวชศาสตร์ฟื้นฟู และการจำลองทางคลินิก (Clinical Simulation) นอกจากนี้ยังมีความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างโรงพยาบาลสมิติเวชและโรงพยาบาล Sano ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร ความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลกรุงเทพและมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดด้านศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และกระดูกสันหลัง รวมถึงการเป็นพันธมิตรร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและศูนย์มะเร็งเอ็มดี แอนเดอร์สัน (MD Anderson Cancer Center) แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส ในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการวิจัยและการรักษาโรคมะเร็งขั้นสูง

ความร่วมมือเหล่านี้นำไปสู่การประยุกต์ใช้เครื่องมือทางการแพทย์ขั้นสูงเพื่อยกระดับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาพยาบาล เช่น:

  • ระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดผิวข้อเข่าบางส่วน (Robotic-Assisted UKA): ให้บริการผ่าตัดบริเวณข้อเข่าอย่างแม่นยำ ณ โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนลเพื่อสมองและกระดูก

  • ระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมะเร็งปอด (da Vinci Xi): พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยตรวจและรักษาโรคมะเร็งปอดที่มีรอยโรคขนาดเล็ก ณ โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพวัฒโนสถ

  • การใส่คลิปซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด (MitraClip): เทคโนโลยีใหม่เพื่อซ่อมแซมโรคลิ้นหัวใจรั่ว ณ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

  • การอุดหลอดเลือดสมองโป่งพองด้วยสายสวนขดลวด (Endovascular Coiling): เทคโนโลยีการนำลิ่มเลือดออกผ่านสายสวนเพื่อรักษาภาวะโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน

  • โปรแกรมตรวจพันธุกรรมเพื่อประเมินความเสี่ยงโรค (Genetic screening): การตรวจหารอยโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกเริ่มในระดับดีเอ็นเอด้วยเทคโนโลยี SPOT-MAS ตลอดจนชุดตรวจวิเคราะห์การแพ้ยาและโรคระบบทางเดินหายใจ

เพื่อเสริมขีดความสามารถในการเข้าถึงบริการที่ทันสมัย BDMS ได้ขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัล (BDMS Health Ecosystem) ผ่านบริษัท เฮลท์ พลาซ่า จำกัด ซึ่งมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 40 ล้านบาท เป็น 1,040 ล้านบาท เพื่อเป็นแกนกลางในการพัฒนาแอปพลิเคชัน BeDee บริการ BeDee นำเสนอบริการการรักษาทางไกล (Telehealth) การปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ และการจัดส่งเวชภัณฑ์ทางเภสัชกรรมถึงบ้านอย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและเพิ่มความสะดวกสูงสุดให้แก่ผู้ป่วย ในด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ บริษัทได้ตั้งงบลงทุนนวัตกรรมรวมสูงถึง 1,500 ล้านบาทในช่วงปี 2565-2566 เพื่อกระตุ้นระบบนิเวศสตาร์ทอัพทางสุขภาพของไทย ความสำเร็จจากงบลงทุนนี้ส่งผ่านการสร้างซอฟต์แวร์ประเมินผลรังสีทรวงอกร่วมกับสตาร์ทอัพ "Perceptra" เพื่อพัฒนาภาพถ่ายเอกซเรย์คัดกรองรอยโรคในปอดได้ถึง 8 รูปแบบ ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ชื่อ BURT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเตียงคนไข้และจัดการใช้ทรัพยากรบุคคลอย่างแม่นยำ


สมรรถนะทางการเงินเชิงลึกและการวิเคราะห์แนวโน้มผลประกอบการ


ผลการดำเนินงานทางการเงินย้อนหลังของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างมั่นคงของทั้งรายได้สะสม ตัวเลขกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) และตัวเลขกำไรสุทธิรวม แม้จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกในบางช่วงเวลาก็ตาม


การวิเคราะห์รายได้สะสมรายไตรมาส (พ.ศ. 2565 - ไตรมาส 1 พ.ศ. 2569)


ในส่วนของรายได้รวมจากการดำเนินงานของบริษัทพบว่ามีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามฤดูกาลทางการแพทย์ โดยปกติแล้วไตรมาสที่ 3 จะเป็นช่วงเวลาที่มีอัตราการทำเงินสูงสุดของปีเนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนซึ่งมีความชุกของโรคสูง

รายได้จากการดำเนินงาน (ล้านบาท)ปี พ.ศ. 2565ปี พ.ศ. 2566ปี พ.ศ. 2567ปี พ.ศ. 2568ปี พ.ศ. 2569
ไตรมาสที่ 1 (Q1)26,93024,31326,93028,45328,554
ไตรมาสที่ 2 (Q2)21,98124,37226,05827,134-
ไตรมาสที่ 3 (Q3)23,98526,69928,53628,598-
ไตรมาสที่ 4 (Q4)23,84226,72627,82829,022-
รายได้รวมทั้งปี96,738102,110109,352113,20728,554 (เฉพาะ Q1)

การวิเคราะห์ EBITDA รายไตรมาส (พ.ศ. 2565 - ไตรมาส 1 พ.ศ. 2569)


สถิติ EBITDA สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนผันแปรในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรักษาสัดส่วนอัตรากำไร (Margin) ให้อยู่ในกรอบเกณฑ์ที่เหมาะสมมาโดยตลอด

EBITDA (ล้านบาท)ปี พ.ศ. 2565ปี พ.ศ. 2566ปี พ.ศ. 2567ปี พ.ศ. 2568ปี พ.ศ. 2569
ไตรมาสที่ 1 (Q1)6,1735,9876,7787,2367,016
ไตรมาสที่ 2 (Q2)5,1205,5105,7516,134-
ไตรมาสที่ 3 (Q3)5,9996,5947,1367,193-
ไตรมาสที่ 4 (Q4)5,6416,6496,9196,447-
EBITDA รวมทั้งปี22,93324,74026,58427,0107,016 (เฉพาะ Q1)

การวิเคราะห์กำไรสุทธิรายไตรมาส (พ.ศ. 2565 - ไตรมาส 1 พ.ศ. 2569)


จากฐานข้อมูลแสดงผลพบว่ากำไรสุทธิมีการเติบโตที่ต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิรวมในปี พ.ศ. 2568 แตะระดับสูงสุดที่ 15,848 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวดำเนินการผ่านการบริหารส่วนประสมของผู้ป่วยและราคาแพ็กเกจรักษาโรคซับซ้อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง

กำไรสุทธิ (ล้านบาท)ปี พ.ศ. 2565ปี พ.ศ. 2566ปี พ.ศ. 2567ปี พ.ศ. 2568ปี พ.ศ. 2569
ไตรมาสที่ 1 (Q1)3,4433,4684,0744,3464,058
ไตรมาสที่ 2 (Q2)2,6643,0523,3353,490-
ไตรมาสที่ 3 (Q3)3,3863,8844,2464,319-
ไตรมาสที่ 4 (Q4)3,1133,9544,3333,693-
กำไรสุทธิรวมทั้งปี12,60614,35815,98815,8484,058 (เฉพาะ Q1)

ในการรักษาสมดุลด้านเงินทุนและโครงสร้างทางการเงิน การดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2568 (6 เดือนแรก) สะท้อนอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ร้อยละ 11.1 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.8 ในปีก่อนหน้า ขณะที่อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ร้อยละ 16.5 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 16.1 ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 อยู่ที่ 105,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากสิ้นปี 2567 อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียน (Current Ratio) อยู่ที่ 0.9 เท่า โดยลดลงเล็กน้อยจาก 1.2 เท่าจากสัดส่วนของหนี้สินที่ครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปีปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 35.7 ของภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยทั้งหมด

ในด้านงบการเงินและกระแสเงินสดสำหรับไตรมาส 1 พ.ศ. 2569 ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีกระแสเงินสดรับจากการดำเนินงานที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งอย่างยิ่ง โดยมีกระแสเงินสดก่อนการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานสูงถึง 7,247.34 ล้านบาท ซึ่งได้รับการปรับปรุงค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นเงินสดอย่างเป็นระบบ เช่น ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่จำนวน 1,800.50 ล้านบาท สำหรับงบแสดงฐานะทางการเงินในไตรมาสแรกนี้ บริษัทมีระดับเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 7,376.76 ล้านบาท ยอดลูกหนี้การค้าสุทธิอยู่ที่ 12,697.82 ล้านบาท และมีระดับสินค้าคงเหลือที่ 3,880.25 ล้านบาท ในฝั่งหนี้สินและส่วนของเจ้าของ มีสำรองผลประโยชน์ของพนักงานหลังเกษียณอายุการทำงานจำนวน 5,533.63 ล้านบาท กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรรวมเป็นเงิน 64,055.18 ล้านบาท และส่วนของเจ้าของรวมของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 110,192.11 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคงและมีอันดับความน่าเชื่อถือในเกณฑ์สูง

นโยบายการกระจายผลประโยชน์กลับคืนสู่ผู้ถือหุ้นดำเนินไปผ่านแนวทางอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สม่ำเสมอ โดยในรอบผลประกอบการประจำปี พ.ศ. 2568 คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนออัตราเงินปันผลรวมที่ 1.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งแบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายไปแล้วในสัดส่วน 0.35 บาทต่อหุ้นเมื่อช่วงกันยายน พ.ศ. 2568 และคงเหลือเงินปันผลที่จ่ายครั้งสุดท้ายในอัตรา 0.65 บาทต่อหุ้น โดยได้รับการอนุมัติให้โอนจ่ายในวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569

รอบปีผลประกอบการ (ปี พ.ศ.)เงินปันผลระหว่างกาล (บาท/หุ้น)เงินปันผลรวมทั้งปี (บาท/หุ้น)วันกำหนดจ่ายเงินปันผลรอบปี
25630.20 (ไม่มีปันผลระหว่างกาล)0.55

23 เมษายน 2564

25640.250.45

29 เมษายน 2565

25650.300.60

24 เมษายน 2566

25660.350.70

22 เมษายน 2567

25670.350.75

25 เมษายน 2568

25680.351.00

24 เมษายน 2569

กลยุทธ์ความยั่งยืน การนำหลัก ESG ไปปฏิบัติ และการขยายตลาดเวลเนสสู่สากล


เพื่อสอดรับกับวิสัยทัศน์ความยั่งยืนในระยะยาว BDMS ได้นำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาเป็นองค์ประกอบหลักในทุกๆ กิจกรรมการดำเนินงานขององค์กรอย่างเป็นระบบ นโยบายทางสังคมให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างครบวงจรตลอดห่วงโซ่อุปทาน การส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล และการส่งเสริมสุขภาพจิตของบุคลากรทางการแพทย์ผ่านการใช้นวัตกรรมทางคลินิกอย่าง Tele Mental Health อีกทั้งยังมีโครงการฝึกอบรมกู้ชีพขั้นพื้นฐานให้แก่เยาวชนในสถาบันการศึกษาเพื่อเสริมสร้างทักษะความปลอดภัยแก่สาธารณชนวงกว้าง

ความพยายามดังกล่าวส่งผลให้ BDMS ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติและได้รับการรับรองความยั่งยืนในเวทีระดับโลกหลายสถาบัน:

  • อันดับ 1 ของโลกจาก Dow Jones Sustainability Indices (DJSI World): ในกลุ่มการบริการทางการแพทย์ (Health Care Providers & Services) ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกดัชนีระดับโลกติดต่อกันเป็นปีแรกในฐานะตัวแทนรายแรกของเอเชีย และในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (DJSI Emerging Markets) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

  • การประเมินระดับ "AA" ใน MSCI ESG Ratings: แสดงถึงการยอมรับมาตรฐานการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในเกณฑ์ดีเยี่ยม

  • การคงสถานะในดัชนีความยั่งยืน FTSE4Good Index Series: ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบสะท้อนความโปร่งใสและบรรษัทภิบาลระดับสากล

  • การขึ้นทะเบียนหุ้นยั่งยืน (ESG Rating) โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย: ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

สำหรับนโยบายสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ บริษัทได้จัดทำแผนแม่บทเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านเป้าหมาย "BDMS Net Zero 2050" ภายในปี พ.ศ. 2593 ตัวอย่างการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมสะท้อนผ่านโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ ซึ่งมุ่งสู่การลดคาร์บอนภายใต้แผน "Carbon Neutrality 2030 Roadmap" ผ่านโครงการพัฒนาที่เน้นการประหยัดพลังงานไฟฟ้ารวม 38 โครงการ ตลอดจนการบริหารจัดการขยะ ของเสียติดเชื้อ และน้ำเสียภายในโรงพยาบาลให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ในส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจที่ไม่ใช่โรงพยาบาลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูสุขภาพ (Wellness Tourism) BDMS ได้จัดตั้ง BDMS Wellness Clinic เพื่อเน้นบริการคัดกรองสุขภาพเชิงรุกและชะลอวัย ตัวอย่างของความสำเร็จด้านนี้แสดงผ่านการลงนามจัดตั้งความร่วมมือระหว่าง BDMS Wellness Clinic และรีสอร์ทหรู "Sri Panwa" จังหวัดภูเก็ต ซึ่งสามารถคว้าสองรางวัลใหญ่ประเภทการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากงาน "Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 15" ในช่วงตุลาคม พ.ศ. 2525 บริษัทยังมองเห็นโอกาสการขยายตลาดสู่ประเทศในแถบตะวันออกกลางและโอเชียเนีย โดยได้เริ่มทำการเจาะตลาดในประเทศโอมาน เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งรับคนไข้กลุ่มพรีเมียม และขยายแคมเปญสุขภาพและชะลอวัยไปยังประเทศออสเตรเลียเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้สูงและมองหานวัตกรรมการป้องกันโรคเชิงลึก ยุทธศาสตร์เหล่านี้ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำตลาดการดูแลสุขภาพที่เป็นเลิศ ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อโลกในทุกมิติอย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น